แนวข้อสอบวิชา-พระราชบัญญัติประกันชีวิต พ.ศ. 2535 (ชุดที่ 4)

ส่วนที่ 3 : พระราชบัญญัติประกันชีวิต พ.ศ. 2535 แก้ไขเพิ่มเติมโดย พระราชบัญญัติประกันชีวิต (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2551 ตัวอย่างนี้มี 40 ข้อ ข้อสอบจริงมี 10 ข้อ ข้อละ 2 คะแนน คะแนนเต็ม 20 คะแนน จะต้องทำคะแนนได้อย่างน้อย 12 คะแนนจึงมีสิทธิ์ ”ผ่าน”

1. ผู้มีอำนาจเพิกถอนใบอนุญาตเป็นตัวแทนประกันชีวิต คือ

ก. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์

ข. นายทะเบียน
ค. ปลัดกระทรวงพาณิชย์
ง. ไม่มีข้อถูก


 

2. บริษัทประกันชีวิต ให้ผู้ที่มิได้มีใบอนุญาตเป็นตัวแทนประกันชีวิต ชักชวนให้ทำสัญญากับบริษัทโดยจ่ายบำเหน็จให้กับบุคคลดังกล่าว ได้หรือไม่

ก. ได้ถ้าบริษัทแต่งตั้งให้เป็นตัวแทนประกันชีวิตของบริษัทแล้ว
ข. ได้ เนื่องจากพระราชบัญญัติประกันชีวิต พ.ศ. 2535 แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติประกันชีวิต (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2551 มิได้ห้ามไว้

ค. ไม่ได้ ถือว่าเป็นความผิด ตามพระราชบัญญัติประกันชีวิต พ.ศ. 2535 แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติประกันชีวิต (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2551
ง. ถูกทั้งข้อ ก. และข้อ ข.

 

3. ค่าธรรมเนียมต่ออายุใบอนุญาตเป็นตัวแทนประกันชีวิตตามกฎกระทรวงซึ่งออกตามเงื่อนไขในพระราชบัญญัติประกันชีวิต พ.ศ. 2535 แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติประกันชีวิต (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2551 ประเภท 1 ปี

ก. 100 บาท
ข. 150 บาท

ค. 200 บาท
ง. 300 บาท

4. พระราชบัญญัติประกันชีวิต พ.ศ. 2535 แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติประกันชีวิต (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2551 เป็นกฎหมายที่ตราขึ้นไว้เพื่อวัตถุประสงค์ในการควบคุม

ก. บริษัทได้รับใบอนุญาตให้ประกอบธุรกิจประกันภัย
ข. สาขาของบริษัทประกันชีวิต
ค. ตัวแทนประกันชีวิตและนายหน้าประกันชีวิต

ง. ถูกทุกข้อ

5. ค่าธรรมเนียมต่ออายุใบอนุญาตเป็นตัวแทนประกันชีวิตตามกฎกระทรวงซึ่งออกตามเงื่อนไขในพระราชบัญญัติประกันชีวิต พ.ศ. 2535 แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติประกันชีวิต (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2551 ประเภท 5 ปี

ก. 200 บาท
ข. 400 บาท
ค. 600 บาท

ง. 800 บาท

6. สาขาของบริษัทประกันชีวิต หมายถึง

ก. สำนักงานที่แยกออกจากสำนักงานใหญ่ของบริษัท ไม่ว่าจะเรียกชื่ออย่างใด โดยไม่จำเป็นต้องได้รับค่าใช้จ่ายจากบริษัท

ข. สำนักงานที่แยกออกจากสำนักงานใหญ่ของบริษัทไม่ว่าจะเรียกชื่ออย่างใด และได้รับเงินค่าใช้จ่ายจากบริษัทไม่ว่าโดยทางตรงหรือทางอ้อม
ค. สำนักงานที่แยกออกจากสำนักงานใหญ่ของบริษัทไม่ว่าจะเรียกชื่ออย่างใด และได้รับเงินค่าใช้จ่ายจากบริษัทหรือไม่ก็ตาม
ง. ไม่มีข้อใดถูก

7. ตัวแทนที่ได้รับใบอนุญาตเป็นตัวแทนประกันชีวิต และได้ยื่นคำขอต่อใบอนุญาตในปีที่ 3 นายทะเบียนจะออกใบอนุญาตในคราวต่อไปจะมีกำหนดอายุกี่ปี

ก. สองปี
ข. สามปี
ค. สี่ปี

ง. ห้าปี

 

8. บริษัทที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบธุรกิจประกันชีวิตได้ ต้องวางหลักทรัพย์ไว้กับผู้ใด

 

ก. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง

ข. ปลัดกระทรวงการคลัง

ค. นายทะเบียน

ง. ถูกทุกข้อ

 

9. ผู้ที่เป็นตัวแทนประกันชีวิตของบริษัทใดอยู่แล้ว อาจขอรับใบอนุญาตตัวแทนประกันชีวิตของบริษัทอื่นอีกได้หรือไม่

 

ก. ได้ โดยผู้ขอต้องยื่นหนังสือแสดงความยินยอมของบริษัทที่เป็นตัวแทนประกันชีวิตอยู่แล้วพร้อมด้วยตัวหนังสือแสดงความต้องการของบริษัทใหม่

ข. ได้

ค. ไม่ได้ เนื่องจากพระราชบัญญัติประกันชีวิต พ.ศ. 2535 ห้ามไว้

ง. ไม่มีข้อใดถูก

 

10. บริษัทประกันชีวิตต้องวางเงินสำรองประกันภัยไว้กับนายทะเบียนสำหรับกรมธรรม์ประกันภัยที่ยังมีความผูกพันอยู่ โดยต้องวางเงินสำรองไว้กับนายทะเบียนหรือไม่

 

ก. ไม่ต้องวางเงินสำรอง ถ้ามีการวางหลักทรัพย์ประกันไว้

ข. ไม่ต้องวางเงินสำรอง

ค. ต้องวางเงินสำรองไว้กับนายทะเบียนเป็นมูลค่าไม่เกินร้อยละยี่สินห้าของเงินสำรองประกันภัยที่บริษัทต้องจัดสรรไว้

ง. ต้องวางเงินสำรองไว้กับกระทรวงการคลัง

 

11. ใบอนุญาตเป็นตัวแทนประกันชีวิต

 

ก. เป็นสิทธิเฉพาะตัวของผู้รับใบอนุญาต

ข. อาจนำไปให้บุคคลอื่นใช้เพื่อขอรับค่าบำเหน็จจากบริษัท

ค. อาจให้บุคคลอื่นยืมไปแสดง เพื่อชักชวนทำประกันชีวิต

ง. ไม่มีข้อใดถูก

 

12. บริษัทประกันชีวิตลงทุนประกอบธุรกิจอื่นใด ได้หรือไม่

 

ก. ได้ ตามที่รัฐมนตรีประกาศกำหนด

ข. ได้ ตามที่ปลัดกระทรวงพาณิชย์กำหนด

ค. ได้ ตามที่อธิบดีกรมการประกันภัยกำหนด

ง. ได้ ตามที่กระทรวงการคลังกำหนด

 

13. นายสมศักดิ์ ได้สอบผ่านความรู้เกี่ยวกับการประกันชีวิต แต่ยังไม่ได้ยื่นขอรับใบอนุญาตเป็นตัวแทนประกันชีวิตต่อนายทะเบียน จะชักชวนให้บุคคลอื่นทำสัญญาประกันชีวิตกับบริษัทได้หรือไม่

 

ก. ได้ เพราะสอบผ่านความรู้เกี่ยวกับการประกันชีวิตแล้ว

ข. ได้ เพราะได้ยื่นคำขอรับใบอนุญาตเป็นตัวแทนประกันชีวิตแล้ว

ค. ไม่ได้ เพราะยังไม่ได้รับใบอนุญาตเป็นตัวแทนประกันชีวิตของบริษัท

ง. ไม่ได้ เพราะยังไม่ได้รับใบอนุญาตเป็นตัวแทนประกันชีวิตจากนายทะเบียน

 

14. กรมธรรม์ประกันภัย รวมทั้งเอกสารประกอบหรือแนบท้ายกรมธรรม์ประกันภัย ที่บริษัทออกให้แก่ผู้เอาประกันภัย ต้องได้รับความเห็นชอบจากผู้ใด

 

ก. นายทะเบียน

ข. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง

ค. ปลัดกระทรวงการคลัง

ง. ถูกทั้งข้อ ก. และข้อ ข.

 

15. การขอรับใบอนุญาตเป็นตัวแทนประกันชีวิตจะขอรับใบอนุญาตแบบตลอดชีพได้หรือไม่

 

ก. ได้ ถ้าผู้ขอรับใบอนุญาตร้องขอ และนายทะเบียนอนุญาต

ข. ได้ ถ้าผู้ขอรับใบอนุญาตเป็นตัวแทนประกันชีวิตมาแล้วไม่น้อยกว่า 5 ปี

ค. ไม่ได้

ง. ถูกทั้งข้อ ก. และข้อ ข.

 

16. บริษัทจะตั้งหรือมอบหมายให้บุคคลใดบ้าง เป็นผู้รับชำระเบี้ยประกันภัยแทน

 

ก. พนักงานของบริษัท ซึ่งมีหน้าที่เกี่ยวกับการรับเงิน

ข. ตัวแทนประกันชีวิตของบริษัท

ค. นายหน้าประกันชีวิต

ง. ถูกทุกข้อ

 

17. เมื่อได้มีการออกใบอนุญาตเป็นตัวแทนประกันชีวิตแล้ว นายทะเบียนจะต้องแจ้งให้บริษัทประกันชีวิตที่ได้แสดงความต้องการที่จะรับเป็นตัวแทนประกันชีวิตของบริษัททราบหรือไม่

 

ก. ไม่ต้องแจ้งให้ทราบ

ข. ต้องแจ้งให้ทราบ

ค. จะแจ้งหรือไม่แจ้งให้บริษัททราบก็ได้

ง. ไม่มีข้อถูก

 

18. บริษัทจะตั้งหรือมอบหมายให้บุคคลใดบ้าง เป็นผู้รับชำระเบี้ยประกันภัยแทน

 

ก. พนักงานของบริษัท ซึ่งมีหน้าที่เกี่ยวกับการรับเงิน

ข. ตัวแทนประกันชีวิตของบริษัท

ค. นายหน้าประกันชีวิต

ง. ถูกทุกข้อ

 

19. ตัวแทนประกันชีวิตอาจทำสัญญาประกันชีวิตในนามของบริษัทได้เมื่อใด

 

ก. ได้รับมอบอำนาจด้วยวาจาจากบริษัท

ข. ได้รับมอบอำนาจเป็นหนังสือจากบริษัท

ค. ได้รับมอบอำนาจเป็นหนังสือจากฝ่ายทะเบียนตัวแทน

ง. ถูกทั้งข้อ ก. และข้อ ข.

 

20. นายจอห์นชาวสหรัฐอเมริกา สามารถทำประกันชีวิตกับบริษัทประกันชีวิตในเมืองไทย โดยกำหนดจำนวนเงินเอาประกันภัย 100,000 เหรียญสหรัฐ ได้หรือไม่ เพราะเหตุใด

 

ก. ไม่ได้ เพราะนายจอห์นเป็นชาวต่างชาติ

ข. ไม่ได้ เพราะกำหนดจำนวนเงินเอาประกันภัยเป็นเงินตราต่างประเทศ

ค. ได้ เพราะไม่มีกฎหมายห้ามชาวต่างชาติทำประกันชีวิต

ง. ได้ เพราะไม่มีกฎหมายห้ามกำหนดจำนวนเงินเอาประกันภัยเป็นเงินตราต่างประเทศ

 

21. ตัวแทนประกันชีวิต ผู้ใดทำสัญญาประกันชีวิตโดยไม่ได้รับมอบอำนาจเป็นหนังสือจากบริษัทมีโทษอย่างไร

 

ก. จำคุกไม่เกินสองปี หรือปรับไม่เกินสองแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ข. ปรับไม่เกินสองแสนบาท

ค. ปรับไม่เกินห้าหมื่นบาท

ง. ไม่มีข้อถูก

 

22. สนธยาอายุ 18 ปี ตาบอดตั้งแต่กำเนิด สนธยาสามารถจะเป็นตัวแทนประกันชีวิตได้หรือไม่?

 

ก. ไม่ได้ เพราะพิการตาบอดจึงขาดคุณสมบัติ

ข. ไม่ได้ เพราะยังไม่บรรลุนิติภาวะ

ค. ได้ หากผ่านการสอบความรู้เกี่ยวกับการประกันชีวิต

ง. ได้ หากผู้ปกครองยินยอม

 

23. นายแดง เป็นตัวแทนประกันชีวิต ได้ย้ายภูมิลำเนาไปอยู่ต่างประเทศ ดังนี้จะมีผลต่อใบอนุญาตเป็นตัวแทนประกันชีวิตหรือไม่

 

ก. ไม่มีผล

ข. ขาดคุณสมบัติในการเป็นตัวแทนประกันชีวิต

ค. ทำให้หมดสิทธิในการต่ออายุใบอนุญาตในปีถัดไป

ง. ไม่มีข้อใดถูก

 

24. แดงไม่ได้รับอนุญาตให้เป็นตัวแทน แต่ทำการชักชวนให้ขาวทำประกันชีวิตกับบริษัทผลจะเป็นอย่างไร?

 

ก. สัญญาประกันชีวิตตกเป็นโมฆียะ

ข. สัญญาประกันชีวิตสมบูรณ์

ค. แดงมีความผิดต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหกเดือนหรือปรับไม่เกินห้าหมื่นบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ

ง. ถูกทั้ง ข. และ ค.

 

25. นายขาว ตัวแทนประกันชีวิตถูกฟ้องคดีฐานปล้นทรัพย์ ศาลยกฟ้อง นายขาวขาดคุณสมบัติในการขอใบอนุญาตเป็นตัวแทนประกันชีวิตหรือไม่

 

ก. ขาดคุณสมบัติ

ข. ไม่ขาดคุณสมบัติ เนื่องจากไม่มีคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุกในคดีดังกล่าว

ค. พระราชบัญญัติประกันชีวิต พ.ศ. 2535 ไม่ได้บัญญัติไว้

ง. ไม่มีข้อใดถูก

 

26. ผู้ใดหากประสงค์จะเป็นตัวแทนประกันชีวิต จะได้รับการยกเว้นไม่ต้องสอบความรู้เกี่ยวกับการประกันชีวิต

 

ก. ผู้สำเร็จการศึกษาปริญญาเอก และศึกษาวิชาประกันชีวิตไม่น้อยกว่า 6 หน่วยกิต

ข. ผู้สำเร็จการศึกษาปริญญาโท และศึกษาวิชาประกันชีวิตไม่น้อยกว่า 10 หน่วยกิต

ค. ผู้สำเร็จการศึกษาปริญญาตรี และศึกษาวิชาประกันชีวิตไม่น้อยกว่า 12 หน่วยกิต

ง. ถูกทุกข้อ

 

27. นายก. ได้รับใบอนุญาตเป็นตัวแทนประกันชีวิต และจะขอรับใบอนุญาตเป็นตัวแทนประกันชีวิตได้อีกหรือไม่

 

ก. ได้ เพราะพระราชบัญญัติประกันชีวิต พ.ศ. 2535 แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติประกันชีวิต (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2551 มิได้ห้ามไว้

ข. ไม่ได้ เพราะพระราชบัญญัติประกันชีวิต พ.ศ. 2535 แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติประกันชีวิต (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2551 ห้ามไว้

ค. เมื่อได้รับใบอนุญาตเป็นตัวแทนประกันชีวิตใบอนุญาตเป็นตัวแทนประกันวินาศภัยสิ้นสุดลงทันที

ง. ไม่มีข้อใดถูกต้อง

 

28. กรณีใดที่รัฐมนตรีอาจสั่งเพิกถอนใบอนุญาตประกอบธุรกิจประกันชีวิต

 

ก. บริษัทหยุดประกอบธุรกิจประกันชีวิตโดยไม่มีเหตุอันควร

ข. บริษัทประวิงการจ่ายค่าสินไหมทดแทน

ค. การที่บริษัทประกอบธุรกิจประกันชีวิตต่อไปจะทำให้เกิดความเสียหายต่อผู้เอาประกันภัย

ง. ถูกทุกข้อ

 

29. บริษัทประกันชีวิตที่ได้รับใบอนุญาตให้ประกอบธุรกิจประกันชีวิตตามพระราชบัญญัติประกันยชีวิต พ.ศ. 2535 จะประกอบธุรกิจประกันวินาศภัยด้วย โดยมิได้รับใบอนุญาตให้ประกอบธุรกิจประกันวินาศภัยได้หรือไม่

 

ก. ได้ เพราะได้รับใบอนุญาตให้ประกอบธุรกิจประกันชีวิตแล้ว

ข. ไม่ได้ เพราะกฎหมายห้ามไว้

ค. ได้แต่ต้องได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจประกันชีวิตมาแล้วไม่ต่ำกว่า 5 ปี

ง. ถูกทั้งข้อ ก. และข้อ ข.

 

30. แดงทำประกันชีวิตกับบริษัท A โดยมีดำเป็นตัวแทน ต่อมาดำย้ายไปเป็นตัวแทนบริษัท B ดำจึงแนะนำให้แดงมาทำประกันชีวิตกับบริษัท B และเลิกส่งเบี้ยประกันภัยกับบริษัท A ท่านเห็นว่าข้อใดถูกต้อง

 

ก. หากแดงปฏิบัติตามคำแนะนำของดำ แดงจะเสียประโยชน์ของตนเอง

ข. การกระทำของดำจะต้องถูกนายทะเบียนเพิกถอนใบอนุญาต

ค. ถูกทั้ง ก. และ ข.

ง. ไม่มีข้อใดถูกต้อง

 

31. บริษัทประกันชีวิตจะจ่ายเงินหรือทรัพย์สินอื่นในล่วงหน้าให้แก่บุคคลใดเป็นค่านายหน้าหรือค่าตอบแทนสำหรับงานที่จะทำให้แก่บริษัทได้หรือไม่

 

ก. ไม่ได้ เพราะ พระราชบัญญัติประกันชีวิตห้ามไว้

ข. ไม่ได้ เว้นแต่ไดรับความเห็นชอบจากนายทะเบียน

ค. ได้ เพราะ พระราชบัญญัติประกันชีวิตไม่ได้ห้ามไว้

ง. ไม่มีข้อใดถูก

 

32. บริษัทประกันชีวิตจะกระทำการต่อไปนี้ไม่ได้

 

ก. จ่ายผลประโยชน์อื่นใดให้แก่ตัวแทน นอกเหนือจากเงินบำเหน็จที่พึงจ่ายตามปกติ

ข. รับชำระเบี้ยประกันภัยจากผู้เอาประกันภัยต่ำกว่าจำนวนที่ต้องชำระ

ค. จ่ายเงินล่วงหน้าเพื่อเป็นค่านายหน้าหรือค่าตอบแทนงานที่จะทำให้แก่บริษัท

ง. ถูกทุกข้อ

 

33. บริษัทประกันชีวิตจะจ่ายเงินหรือทรัพย์สินใดให้ตัวแทนประกันชีวิตได้หรือไม่

 

ก. ได้ ถ้าเป็นค่าจ้างหรือค่าบำเหน็จที่พึงจ่ายตามปกติ

ข. ได้ในทุกกรณี

ค. ไม่ได้ นอกจากได้รับความเห็นชอบจากนายทะเบียน

ง. ไม่ได้ทุกกรณี

 

34. ผู้ที่ถูกศาลพิพากษาจำคุกตามคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุกในความผิดดังต่อไปนี้ จะทำให้ขาดคุณสมบัติในการขอรับใบอนุญาตเป็นตัวแทนประกันชีวิตคือ

 

ก. ลักทรัพย์

ข. ชิงทรัพย์

ค. ยักยอกทรัพย์

ง. ถูกทุกข้อ

 

35. บริษัทประกันชีวิตจะออกกรมธรรม์ประกันภัยโดยระบุจำนวนเงินอันพึงใช้ให้เป็นเงินตราต่างประเทศแก่ผธู้เอาประกันภัยหรือผู้รับประโยชน์ได้หรือไม่

 

ก. ได้ ถ้าได้รับความเห็นชอบจากนายทะเบียน

ข. ไม่ได้ เพราะพระราชบัญญัติประกันชีวิต พ.ศ. 2535 ห้ามไว้

ค. ได้ ถ้าได้รับความเห็นชอบจากกระทรวงการคลัง

ง. ได้ ถ้าได้รับเห็นชอบจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์

 

36. ค่าสมัครสอบความรู้เพื่อขอรับใบอนุญาตเป็นตัวแทนหรือนายประกันชีวิต คือ

 

ก. 100 บาท

ข. 150 บาท

ค. 200 บาท

ง. 250 บาท

 

37. ในกรณีที่บริษัทออกกรมธรรม์ประกันภัย โดยใช้แบบหรือข้อความที่นายทะเบียนมิได้ให้ความเห็นชอบผู้เอาประกันภัยจะเลือกให้บริษัทต้องรับผิดชอบอย่างไร

 

ก. ให้บริษัทต้องรับผิดชอบตามกรมธรรม์ประกันภัย

ข. บอกเลิกสัญญาประกันชีวิต และให้คืนเบี้ยประกันภัยทั้งหมด

ค. ถูกทั้งข้อ ก. และข้อ ข.

ง. ไม่มีข้อใดถูก

 

38. ตามพระราชบัญญัติประกันชีวิต พ.ศ. 2535 แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติประกันชีวิต พ.ศ. 2551 (ฉบับที่ 2) ห้ามมิให้บริษัทประวิงการใช้เงินแก่ผู้เอาประกันภัยหรือผู้รับประโยชน์ตามกรมธรรม์ คำว่าประวิงการใช้เงินหมายถึง

 

ก. ถ่วงเวลาในการชดใช้ค่าสินไหมทดแทน

ข. หน่วงเวลาโดยการชดใช้ค่าสินไหมทดแทนล่าช้า

ค. ไม่ประสงค์ที่จะจ่ายค่าสินไหมทดแทน การจ่ายไม่เป็นไปตามเงื่อนไขกรมธรรม์

ง. ถูกทั้งข้อ ก และ ข

 

39. การเปิดกิจการรับประกันภัย โดยไม่ได้รับอนุญาตประกอบธุรกิจประกันชีวิต เป็นความผิดพระราชบัญญัติประกันชีวิต พ.ศ. 2535 หรือไม่

 

ก. ไม่เปิดความผิด

ข. เป็นความผิด โดยต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่สองปีถึงห้าปี หรือปรับตั้งแต่สองแสนบาทถึงห้าแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ค. เป็นความผิด โดยต้องระวางโทษปรับตั้งแต่สองแสนบาทถึงห้าแสนบาท

ง. ไม่มีข้อใดถูก

 

40. อัตราค่าธรรมเนียมใบอนุญาตเป็นตัวแทนประกันชีวิต กำหนดโดยอะไร

 

ก. กฎกระทรวง

ข. ประกาศกระทรวง

ค. ประกาศนายทะเบียน

ง. ประกาศคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย

 

41. นาย ก. เป็นโรคความดันโลหิตสูงได้ทำประกันชีวิตโดยแถลงในใบคำขอเอาประกันชีวิต ว่าเป็นโรคความดันโลหิตสูง บริษัทจะคิดเบี้ยประกันภัยอย่างไร

 

ก. ในอัตราปกติ เพราะได้แถลงตามความจริงแล้ว

ข. ในอัตราที่สูงกว่าปกติ เพราะมีโอกาศเสียชีวิตสูงกว่าคนที่ไม่ได้เป็นโรคความดันโลหิตสูง

ค. ในอัตราปกติ เพราะโรคความดันโลหิตสูง เป็นโรคที่คนทั่วไปมีโอกาสเป็นได้
ง. ในอัตราต่ำกว่าปกติ เพราะผู้ขอเอาประกันภัยมีความซื่อสัตย์ในการแถลงความจริง

 

Share Button
40068 Total View 25 View Today
(Visited 1,088 times, 1 visits today)

ใส่ความเห็น