3.2การใช้งาน Finder และ Spotlight

รูป…

            สิ่งพิเศษของ Spotlight คือสามารถค้นหาข้อมูลที่อยู่ในไฟล์ ซึ่งเรียกว่า Meta Data ซึ่งเป็นคุณสมบัติของไฟล์ เช่น ไฟล์เอกสารนี้ใครเป็นผู้เขียน ไฟล์ภาพนี้มีขนาดกว้างยาวเท่าใด รูปภาพนี้ถ่ายจากกล้องยี่ห้ออะไร และถ้าเป็นไฟล์เอกสารสามารถค้นตัวอักษรที่อยู่ในไฟล์ได้ เป็นต้น

  1. คลิกที่ไอคอน Spotlight
  2. กรอกสิ่งที่ต้องการค้นหา โดยสามารถระบุคุณสมบัติที่เฉพาะเจาะจงลงไปได้ เช่น

–          Height:600 ค้นหาภาพแนวตั้งเป็น 600 พิกเซล

–          Created:3/1/09-3/2/09 เป็นการค้นหาไฟล์ที่สร้างขึ้นตั้งแต่วันที่ 3 เดือนมกราคม จนถึง 3 เดือนกุมภาพันธ์

รูป…

Tip     เราสามารถใช้ Spotlight ในการคำนวณอย่างง่ายๆ โดยกรอกตัวเลขและเครื่องหมายบวกลบคูณหาร หรือยกกำลังใน Spotlight ก็จะปรากฏคำตอบตามที่ต้องการ

ในกรณีที่ต้องการแปลคำศัพท์ ก็สามารถกรอกคำศัพท์ที่อยากรู้ความหมาย จากนั้นคลิกที่ Definition ก็จะปรากฏความหมายของคำที่อยากทราบทันที

รูป…

รูป…

ปรับแต่ง Spotlight ตามความถนัด

Spotlight จะแสดงผลลัพธ์การค้นหา โดยมีการจัดหมวดหมู่ของข้อมูลโดยอัตโนมัติ ซึ่งช่วยให้ผู้ใช้สามารถดูผลลัพธ์การค้นหาได้ง่าย นอกจากนั้นแล้วู้ใช้ยังสามารถเลือกแสดงเฉพาะกลุ่มข้อมูลที่ต้องการ พร้อมทั้งยังสามารถจัดเรียงกลุ่มข้อมูล โดยนำข้อมูลที่ใช้บ่อยๆ วางไว้ด้านบน เพื่อให้สามารถมองเห็นผลลัพธ์ได้สะดวกยิ่งขึ้น

รูป…

รูป…

Note  ผลลัพธ์การค้นหาด้วย Spotlight จะถูกแบ่งเป็นหมวดหมู่ ตามชนิดและประเภทของข้อมูล โดยแต่ละกลุ่มมีความหมายดังต่อไปนี้

–          Top Hit เป็นผลลัพธ์ที่มีข้อความตรงกับสิ่งที่ค้นหามากที่สุด

–          Definition ใช้แปลความหมาย ข้อความที่ได้พิมพ์ใน Spotlight

–          Applications โปรแกรม

–          System Preferences คำสั่งที่ใช้ปรับแต่งในเครื่องแมค

–          Documents ไฟล์เอกสาร เช่น ไฟล์ .text และไฟล์เอกสาร .docx เป็นต้น

–          Folders โฟลเดอร์ซึ่งตรงกับข้อความที่ค้นหา

–          Mail Messages อีเมล์ ตลอดจนข้อความภายในอีเมล์

–          Contacts รายชื่อบุคคลที่ได้บันทึกไว้

–          Images ไฟล์รูปภาพประเภทต่างๆ เช่น .jpg .tiff .bmp

–          PDF Documents ไฟล์เอกสาร PDF

–          Bookmarks เป็นรายชื่อเว็บไซต์ ที่ได้บันทึกไว้ใน Bookmarks

–          Music ไฟล์เสียงเพลงประเภทต่างๆ เช่น .Mp3 .aac .wma

–          Movies ไฟล์ภาพยนตร์ เช่น .avi .mpeg

–          Fonts ชื่อฟอนต์

–          Presentations ไฟล์งานนำเสนอ เช่น สร้างจาก Keynote หรือ PowerPoint

ใช้ Keyword ช่วยในการค้นหา

หาก สังเกตจะพบว่าผลลัพธ์การค้นหานั้นจะถูกจัดเป็นหมวดหมู่ เช่น ไฟล์ภาพ ไฟล์เอกสาร หรือไฟล์อื่นๆ เราสามารถเจาะจงว่าให้ Spotlight แสดงผลลัพธ์ในหมวดหมู่ใดบ้าง โดยการใส่ประเภทของข้อมูลที่เราต้องการค้นหา เช่น kind: image เพื่อให้แสดงเฉพาะไฟล์รูปภาพ หรือ kind: movie เพื่อแสดงเฉพาะไฟล์วิดีโอ เป็นต้น

การระบุประเภทของข้อมูลที่ต้องการ ค้นหานั้น เราต้องกรอกชนิดไฟล์ (Kind) โดยจะใช้คำพิเศษ (Keyword) ช่วยในการค้นหาอีกด้วย ดังตารางในต่อไปนี้

Keyword สิ่งที่ต้องการค้นหา
movie, moviesmusic, audio

pdf, pdfs

image, images

app, application, applications

contact, contacts

folder, folders

email, emails, mail, message, mail messages

event, events

to do, to dos, todo, todos

preferences, system preferences

bookmark, bookmarks

font, fonts

presentation, presentations

ค้นหาไฟล์วิดีโอค้นหาไฟล์เสียงเพลง

ค้นหาไฟล์แบบ PDF

ค้นหาเฉพาะไฟล์ภาพ

ค้นหาโปแกรมที่มีในเครื่อง

ค้นหารายชื่อใน Address Book

ค้นหาเฉพาะโฟลเดอร์

ค้นหาอีเมล์ในโปรแกรม Mail

ค้นหานัดหมายในโปรแกรม iCal

ค้นหางานในโปรแกรม iCal

ค้นหาตัวควบคุมน System Preferences

ค้นหา bookmark ซึ่งเป็นเว็บไชต์ที่เราใช้ง่ายเป็นประจำ

ค้นหาแบบอักษร

ค้นหางานนำเสนอ

 

 

  1. กรอก ข้อความลงใน Spotlight โดยใส่คำนำหน้าว่า kind: ตามด้วยการใส่ Keyword เช่น kind: image .jpg เป็นการค้นหาไฟล์ภาพ โดยระบุว่าให้ค้นหาเฉพาะไฟล์ .jpg
  2. สังเกตผลลัพธ์ไฟล์ภาพที่ได้ จะแสดงเฉพาะไฟล์ .jpg เท่านั้น

รูป…

Note  การค้นหาใน Spotlight เราสามารถใส่คำว่า AND, OR หรือ NOT เพื่อระบุสิ่งที่ต้องการค้นหา โดยใช้ตรรกะ เพื่อกำหนดเงื่อนไขแบบเฉพาะเจาะจงลงไป

 

 

ประเภทของBoolean Search ตัวอย่าง ความหมาย
AND 

OR

 

NOT

Anna AND LoveAnna OR Love

 

NOT Love

ต้องการค้นหาไฟล์โฟลเดอร์ที่มีทั้งคำว่า Anna และ คำว่า Loveต้องการค้นหาไฟล์โฟลเดอร์ที่มีคำว่า Anna หรือ คำว่า Love อย่างใดอย่างหนึ่ง

ต้องการค้นหาไฟล์โฟลเดอร์ที่ไม่มีคำว่า Love

 

Spotlight Windows

Spotlight Windowsเป็นหน้าต่างที่ใช้สำหรับค้นหาไฟล์โฟลเดอร์ เช่นเดียวกับ Spotlight แต่ไม่สามารถกำหนดเงื่อนไขในการค้นหาไฟล์ได้หลายชั้น เช่น การค้นหาตามชื่อ ค้าหาตามขนาด ค้นหาตามวันที่สร้างหรือแก้ไขไฟล์ ฯลฯ การกำหนดเงื่อนไขโดยละเอียดเช่นนี้ช่วยให้สามารถค้นหาไฟล์ง่ายดายยิ่งขึ้น

  1. กรอกสิ่งที่ต้องการค้นหาภายใน Spotlight
  2. Spotlight จะแสดงรายการที่ค้นพบ แต่ถ้ายังไม่พบ ให้คลิก Show All เพื่อค้นหาเพิ่มเติมจากหน้าต่าง Spotlight Windows
  3. กำหนดว่าจะให้ค้นหาจากที่ใด เช่น ในฮาร์ดดิสก์ หรืออุปกรณ์เก็บข้อมูลอื่นๆ

–          This Mac สั่งให้ค้นหาทุกๆ ส่วนภายในเครื่อง

–          Home Folder ค้นหาเฉพาะข้อมูลที่อยู่ใน Home Folder (ชื่อ Home Folder ต่างกันออกไปตามชื่อผู้ใช้) เป็นการสั่งให้ค้นเฉพาะพื้นที่ส่วนตัว ไม่ไปยุ่งกับพื้นที่ส่วนตัวของผู้คนอื่นๆ

–          Shared ค้นหาที่เครื่องคอมพิวเตอร์ ในส่วนที่มีการแชร์ข้อมูลเอาไว้(เป็นข้อมูลที่ได้แชร์ผ่านระบบเครือข่าย)

  1. กำหนดว่าจะให้ค้นหาตามชื่อไฟล์ (Fine Name) หรือตามข้อมูลที่อยู่ในไฟล์ (Contents)
  2. คลิกเครื่องหมายบวกเพื่อเพิ่มเงื่อนไขในการค้นหา

รูป…

รูป…

  1. ระบุรายละเอียดว่าจะให้ค้นหา จากคุณสมบัติอะไร

–          Kind ค้นหาตามประเภทของไฟล์

–          List Modified Date ค้าหาไฟล์ตามวันเวลาที่แก้ไขครั้งสุดท้าย

–          List Opened Date ค้นหาตามวันเวลาที่เปิดใช้งานครั้งล่าสุด

–          Name ค้นหาตามชื่อไฟล์

–          Contents ค้นหาตามข้อมูลที่อยู่ในไฟล์

–          Other เงื่อนไขอื่นๆ นอกจากข้างต้น

  1. กำหนด รายละเอียดเพิ่มเติม โดยจะมีความเกี่ยวเนื่องจากขั้นตอนที่แล้ว เช่น ถ้าเลือกค้นหาจากประเภทไฟล์ (Kind) เราจะต้องกำหนดว่าจะให้หาไฟล์ประเภทใดด้วย เช่น เลือกเป็น Image เพื่อหาไฟล์ภาพ หรือ Any เป็นอะไรก็ได้ เป็นต้น
  2. หากต้องการกำหนด เลื่อนไขที่ซับซ้อน ให้คลิกปุ่มเครื่องหมายบวก เพื่อเพิ่มเติมเงื่อนไขเข้าไปอีก แต่ถ้าต้องการลบเงื่อนไขใดออกให้คลิกที่เครื่องหมายลบแทน
  3. กรอกเงื่อนไขอื่นๆ ตามต้องการ
  4. จะปรากฏผลลัพธ์ไฟล์ที่ตรงตามเงื่อนไข

รูป…

รูป…

หลังจากเห็นผลลัพธ์แล้วหากต้องการเปิดไฟล์ใช้งานดังกล่าว

ก็ให้ดับเบิลคลิกที่ไฟล์ได้ทันที แต่ถ้าต้องการดูว่าไฟล์กังกว่าเก็บไว้ที่ไหน                           รูป…

ให้คลิกขวาที่ไฟล์แล้วเลือกเมนู Open Enclosing Folder

Note เราสามารถเรียกใช้งานหน้าต่างสำหรับการค้นหาได้อย่างรวดเร็วโดยการกดคีย์ <Command + F>จากนั้นกรอกสิ่งที่ต้องการค้นหาใน Search Box และกำหนดเงื่อนไขอื่นๆ ที่ต้องการ

 

การใช้งาน Smart Folder

ใน กรณีที่การค้นมีความซับซ้อน เช่น มีหลายๆ เงื่อนไขพร้อมกัน เราไม่จำเป็นต้องกำหนดเงื่อนไขใหม่ทุกๆครั้ง เพราะสามารถเซฟเงื่อนไขในการค้นหาลงใน Smart Folder ข้อดีของการใช้ Smart Folder คือ ในภายหลังหากต้องการค้นหาไฟล์แบบเดิมอีก เราไม่ต้องเสียงเวลากำหนดเงื่อนไขเดิมๆ เพราะสามารถใช้การคลิกเพียงครั้งเดียวเพื่อค้นหาไฟล์ตามเงื่อนไขที่เคยกำหนด เอาไว้ได้แล้ว

ความพิเศษอีกประการหนึ่งของ Smart Folder อยู่ตรงที่ ผลลัพธ์การค้นหา จะถูกอัพเดตตลอดเวลา เช่น หากไฟล์ถูกลบ ไฟล์ถูกแก้ไข หรือกมีการสร้างไฟล์ใหม่ๆ ผลลัพธ์การค้นหาก็จะถูกปรับปรุงให้ถูกต้องโดยอัตโนมัติ

สำหรับวิธีการสร้าง Smart Folder เพื่อใช้ในการค้นหาไฟล์โฟลเดอร์ มีขั้นตอน ดังนี้

รูป…

รูป…

รูป…

รูป…

รูป…

            หลังจากที่ได้เซฟเงื่อนไขในการค้นหา โดยสร้างเป็น Smart Folder เรียบร้อย วิธีใช้งานก็ง่ายมาก เพียงคลิกที่ Smart Folder ก็จะผลลัพธ์ไฟล์ที่ตรงกับเงื่อนไขที่ต้องการในทันที

รูป…

Note ในเบื้องต้นแล้วแมคได้เตรียม Smart Folder มาให้ใช้งานอยู่แล้วจำนวนหนึ่งโดยหากสังเกตที่ Search For เราจะพบรูปแบบการค้นหาที่มักใช้งานบ่อยๆ เช่น Today (ค้นหาไฟล์ที่ได้ทำในวันนี้) Yesterday (ค้นหาไฟล์ที่ได้จัดการเมื่อวาน) และ Past Week (ค้นหาไฟล์ที่เกี่ยวข้องในสัปดาห์ที่ผ่านมา) นอกจากนั้นแล้วเรายังพบ Smart Folder เบื้องต้น เช่น All Movies ใช้ค้นหาไฟล์วิดีโอทั้งหมด All Image ใช้ค้นหาไฟล์ภาพทั้งหมด และ All Documents เพื่อนค้นหาไฟล์เอกสารทั้งหมด

ค้นหาคำสั่งใน System Preferences

สิ่ง พิเศษของระบบการค้นหาในแมคอีกอย่างหนึ่งคือ นอกจากจะสามารถค้นหาไฟล์ หรือโฟลเดอร์ภายในเครื่องแล้ว ยังสามารถค้นไปยังอุปกรณ์ที่เชื่อมต่อ หรือ คอมพิวเตอร์เครื่องอื่นๆ ที่เชื่อมต่อกันอีกด้วย และเท่านั้นยังไม่พอ เรายังสามารถค้นหาคำสั่งที่ใช้ใน System Preferences ได้ ดังตัวอย่างต่อไปนี้

รูป…

รูป…

 

Share Button
713 Total View 2 View Today
(Visited 55 times, 1 visits today)

ใส่ความเห็น