8.แมคกับระบบเครือข่ายและอินเทอร์เน็ต

บทที่ 8

แมคกับระบบเครือข่ายและอินเทอร์เน็ต

สำหรับ คนที่รักการท่องอินเทอร์เน็ต หากคุณใช้แมคแล้ว ก็จะรู้สึกได้ทันทีว่าแมคมีเครื่องมีที่ช่วยให้ท่องเว็บด้วยความสะดวก รวดเร็ว อาทิ มีโปรแกรมท่องเว็บรุ่นใหม่อย่าง Safari 4 โดยทาง Apple ได้ให้ความสำคัญกับการปรับปรุงเว็บบราวเซอร์ตัวนี้พอสมควร ที่เห็นได้ชัดคือเพิ่มความเร็วในการใช้งาน การแสดงเว็บเพจที่เราใช้งานบ่อยบนหน้าจอ (Top Site) ปรับปรุงระบบความปลอดภัยให้รัดกุมยิ่งขึ้น ตลอดจนเพิ่มเครื่องมือใหม่ๆ เพื่อให้ผู้ใช้สามารถใช้งานได้ง่ายและสะดวกกว่าเดิม

สำหรับในตอนท้าย ของบทนี้ยังได้กล่าวถึง MobileMeซึ่งเป็นบริการพิเศษจากทาง Apple ที่ช่วยให้เราสามารถแลกเปลี่ยนข้อมูลหรือฝากข้อมูลกับอินเทอร์เน็ต พร้อมทั้งยังสามารถซิงค์ข้อมูลระหว่างอุปกรณ์ไม่ว่าจะเป็น iPhone, เครื่องแมค หรือเครื่อง PC ผ่านทางระบบออนไลน์ได้อีกด้วย

 

วิธีเชื่อมต่อระบบเครือข่ายแบบมีสาย

การ ใช้งานแมคในระบบเครือข่ายถือว่าเป็นผู้นำมาอย่างยาวนาน โดยการเชื่อมต่อสามารถทำได้สะดวกกว่าเดิม แม้ว่าผู้ใช้จะไม่มีพื้นฐานด้านเครือข่ายมากนัก ก็สามารถเชื่อมต่อได้อย่างง่ายๆ โดย Mac OS Xจะตรวจสอบการเชื่อมต่อให้อัตโนมัติ ยกตัวอย่างเช่น หากเราเสียบสาย LAN ที่เครื่องคอมพิวเตอร์ ระบบจะพยายามตรวจสอบเครือข่ายที่เชื่อมต่อในขณะนั้น และทำการปรับแต่งค่าที่จำเป็นให้ทันที

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

1 ต่อสายเข้ากับ Hub หรือ Switch หรือ  Router โดยหากผู้อ่านต้องการใช้ผลิตภัณฑ์ของ Apple ก็ให้ต่อสายเข้ากับ Airport Extreme หรือ Time Capsule แทนก็ได้

 

 

 

รูป

 

2 ต่อสายเข้ากับเครื่องแมคจะมีการตรวจสอบและตั้งค่าเครือข่ายโดยอัตโนมัติ

 

 

 

รูป

 

ในกรณีที่ต้องการตั้งค่าเครือข่ายด้วยตัวเอง ก็สามารถทำได้โดยเข้าไปแก้ไขใน System Preferences ดังนี้

 

 

1 ที่ System Preferences ให้คลิกไอคอนNetwork

 

 

 

รูป

 

2 คลิกที่ Ethernet ในกรณีที่เราต้องการตั้งค่าเครือข่ายที่มีการใช้สาย

 

 

 

3 กำหนดค่าต่างๆตามที่เครือข่ายได้กำหนด

รูป

 

 

 

การเชื่อมต่อ Airport ในแมค

ใน ระบบเครือข่ายไร้สาย ซึ่งในแมคมีชื่อเรียกเฉพาะว่า Airport (หรือ Wireless LAN นั่นเอง) ซึ่งหลายท่านอาจสงใสว่าทำไมต้องใช้คำว่า Airport แทนคำว่า Wireless LAN ผู้เขียนคาดว่า สาเหตุที่แมคใช้ชื่อนี้ก็เพราะต้องการใช้ให้เป็นมาตรฐาน โดยสังเกตได้จากอุปกรณ์ต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับระบบไร้สายของแมคจะมีคำว่า Airport ทั้งสิ้น เช่น Airport Express และ Airport Extreme เป็นต้น

ระบบ เครือข่ายไร้สายส่วนใหญ่มักจะมีการตั้งรหัส เพื่อป้องกันไม่ให้คอมพิวเตอร์หรืออุปกรณ์ที่ไม่ต้องการเข้ามายังระบบเครือ ข่ายได้ ดังนั้น ในการเชื่อมต่ออาจมีขั้นตอนให้ผู้ใช้กรอกรหัสซึ่งถูกตั้งโดยผู้ดูแลระบบ เครือข่ายนั้นๆ โดยปกติเมื่อมีการกรอกรหัสในครั้งแรกไปแล้ว ในครั้งต่อๆไป เราจะสามารถเข้าใช้งานระบบเครือข่ายไร้สายนี้ได้ทันทีโดยไม่ต้องกรอกรหัสซ้ำ อีก ยกเว้นในระบบเครือข่ายที่มีการกำหนดค่าเป็นอย่างอื่น

วิธีการเชื่อมต่อระบบเครือข่ายไร้สายในแมคมีขั้นตอนที่แสนจะง่ายดาย และรวดเร็วดังนี้

 

 

1 คลิกที่ไอคอน AirPort บริเวณ Menulet

 

 

 

รูป

2 เลือกเมนู Tum AirPort Onเพื่อเปิดใช้งาน Airport

 

 

4 คลิกที่ชื่อเครือข่ายไร้สายที่ต้องการเชื่อมต่อ

รูป

3 คลิกไอคอน Airport อีกครั้ง จะปรากฏชื่อระบบเครือข่ายไร้สาย

 

 

 

6 คลิกปุ่ม OK เพื่อทำการเชื่อมต่อ

 

5 หากระบบเครือข่ายมีการกำหนดรหัสผ่านไว้ให้กรอกรหัสลงไป

รูป

 

 

                จุดเด่นใน Mac OS X Snow Leopard คือ ในขณะคลิกไอคอน Airport เราจะพบรายชื่อเครือข่ายไร้สายที่อยู่ในรัศมีทำการ  พร้อมทั้งยังแสดงความแรงของสัญญาณไร้สายและบอกสถานะว่าเครือข่ายดังกล่าวมี การกำหนดรหัสผ่านไว้หรือไม่อีกด้วย

 

 

รูป

 

สังเกตความแรงของสัญญาณ

 

 

 

 

 

 

 

 

เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตตามที่สาธารณะ

                ใน ปัจจุบัน มีการใช้บริการอินเทอร์เน็ตผ่านระบบเครือข่ายไร้สาย โดยจะสังเกตได้ว่าเมื่อเรานำคอมพิวเตอร์ไปยังห้างสรรพสินค้า ร้านกาแฟ หรืในสถานศึกษา ผู้ใช้สามารถใช้คอมพิวเตอร์ (หรืออุปกรณ์อื่นๆ เช่น มือถือ, PocketPC) เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตผ่านจุดให้บริการดังกล่าวได้

การ เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตผ่านระบบ Wi-Fi ในที่สาธารณะ จะเชื่อมต่อผ่านจุดให้บริการที่เรียกว่า Hot Spot ซึ่งในความเป็นจริงแล้ว Hot Spot ก็คือ Access Point นั่นเอง แต่ Hot Spot อาจมีความพิเศษกว่า Access Point ทั่วไป คือ สามารถรองรับบริการเชื่อมต่อจำนวนมากได้ ที่สำคัญคือสามารถใช้งานได้ต่อเนื่องและมีความปลอดภัยสูงกว่า

การให้ บริการอินเทอร์เน็ตโดยผ่านทาง Hot Spot นั้น ส่วนใหญ่แล้วจะมีค่าบริการ ไม่ว่าจะเป็นตามห้างสรรพสินค้า หรือตามแหล่งความบันเทิง โดยมากมักจะคิดเป็นรายชั่วโมง หรือคิดจากเงื่อนไขอื่นตามที่ผู้ให้บริการจะกำหนด การใช้บริการแต่ละครั้งจะต้องกรอกรหัสผ่าน โดยรหัสผ่านอาจมาจากการซื้อบัตรเติมเงิน หรืออาจสมัครเป็นสมาชิกรายเดือนก็ได้

ต่อไปนี้เป็นตัวอย่างการใช้แมคเพื่อเชื่อต่ออินเทอร์เน็ตผ่านทาง Hot Spot

 

 

 

 

 

 

2 คลิกเลือก Hot Spot ที่ต้องการเชื่อมต่อ

 

1 คลิกไอคอนบน Menulet

 

 

 

 

รูป

 

แม้ว่า เราจะสามารถเชื่อมต่อกับ Hot Spot ได้แล้ว แต่เรายังไม่สามารถใช้งานอินเทอร์เน็ตได้ เนื่องจากยังไม่ได้กรอก User Name และ Password นั่นเอง

 

1 เปิดโปรแกรม Safari ไปยังหน้าเว็บเพจของผู้ใช้บริการอินเทอร์เน็ตผ่านทาง Hot Spot

 

 

รูป

3 ถ้าอินเทอร์เน็ตใช้งานได้จะมีหน้าจอบอกให้ทราบว่าได้เชื่อมต่อเรียบร้อยแล้ว

 

2 กรอกชื่อและรหัสผ่านซึ่งอาจได้มาจากการสมัครสมาชิก หรือรหัสจากบัตรเติมเงิน

 

 

 

 

รูป

 

 

iChatที่สุดแห่งโปรแกรม Chat

                iChatจัด ว่าเป็นโปรแกรมยอดฮิตที่สุดตัวหนึ่งในฝั่งของแมค เป็นโปรแกรมสำหรับการสื่อสารออนไลน์ที่สมบูรณ์แบบสามารถ Chat พูดคุยด้วยตัวอักษร พูดคุยกันด้วยเสียง และสามารถคุยกันได้แบบเห็นหน้าเห็นตาได้อย่างชัดเจน ซึ่ง iChat รองรับการคุยพร้อมกันหลายๆคน จึงสามารถนำมาประยุกต์สำหรับการประชุมออนไลน์ได้อีกด้วย

 

ตั้งค่าก่อนใช้งาน iChat

                ก่อน ใช้งาน iChat เราจะต้องกรอกรหัสสำหรับเข้าใช้งาน โดย iChat สามารถทำงานร่วมกับบริการของ AIM., Google Talk, Mac, MoblieMeหรือ Jabber แต่หากว่าใครยังไม่สมัครบริการใดๆไว้ ให้ไปยังเว็บไซต์ข้างต้น และสมัครสมาชิกให้เรียบร้อย

ต่อไปนี้เป็นตัวอย่างการสมัครกับบริการ AIM โดยไปที่ www.aim.com จากนั้นก็ให้คลิกที่ Get a Screen Name เพื่อสมัครสมาชิกใหม่ ให้ทำการกรอกข้อมูลต่างๆ ตามแต่สมควร

เมื่อ สมัครสมาชิกเรียบร้อย ก็ให้ทำการเปิดโปรแกรม iChat ซึ่งการใช้งานครั้งแรกจะให้เรากรอกชื่อและรหัสผ่านสำหรับการเข้าใช้งาน ซึ่งจากตัวอย่างจะใช้ชื่อและรหัสจาก AIM ที่เราเพิ่งสมัครไว้นั่นเอง

 

 

1 คลิกไอคอน iChat ที่อยู่บน Dock

รูป

 

 

2 คลิกปุ่ม Continue

 

 

3 เลือกประเภทของบริการใน Account Type ในตัวอย่างเลือก AIM แต่ถ้าหากผู้อ่านมีบริการอื่นๆที่ iChat สนับสนุนก็สามารถใช้แทนได้ เช่น MobileMeหรือ Google Talk เป็นต้น

รูป

 

 

 

4 กรอกชื่อและรหัสผ่าน

 

5 หากยังไม่มีชื่อและรหัสผ่านให้คลิกปุ่ม Get on iChat Account จะปรากฏหน้าเว็บเพจสำหรับสมาชิกในบริการนั้นๆ

 

 

 

6 คลิกปุ่ม Continue

 

เมื่อสมัครเสร็จก็ให้นำชื่อและรหัสผ่านมาใช้ใน iChat ได้ทันที

รูป

 

7 สมัครเสร็จแล้วให้คลิก Done

 

 

 

 

 

 

รูป

 

เริ่มใช้ iChat

                จุด เด่นที่ทำให้ iChat โด่งดัง คือ ความไวในการสื่อสาร และรูปแบบที่สวยงามนำใช้ ซึ่งการสื่อสารด้วย iChat สามารถพิมพ์โต้ตอบกัน คุยกันด้วยเสียง หรือจะโชว์หน้าโชว์ตาคุยกันก็ได้ สำหรับในหัวข้อนี้จะเป็นการเพิ่มรายชื่อเพื่อน และการคุยด้วยการพิมพ์โต้ตอบกันไปมา

 

 

2 กรอกชื่อ Account ของผู้ที่เราอยากจะคุยด้วยซึ่งชื่อนี้ก็ต้องไปถามเพื่อนๆ ดูว่าเค้าใช้ชื่ออะไรกันบ้าง

 

 

 

 

 

5 คลิกปุ่ม Add

 

4 กรอกชื่อ นามสกุล เพื่อจะได้รู้ว่าใครเป็นใครนั่นเอง

 

3 กำหนดว่าจะเอาเพื่อนคนนี้ไปไว้ในกลุ่มไหน

 

1 คลิกปุ่มบวก แล้วเลือกเมนู Add Buddy เพื่อเพิ่มรายชื่อเพื่อน

รูป                                                                                  รูป

 

 

 

 

 

 

 

 

 

7 กรอกข้อความเพื่อเริ่มการ Chat ได้ทันที

 

6 ผลลัพธ์จะปรากฏรายชื่อเพื่อนในรายการ ให้ดับเบิลคลิกได้เลย

รูป                                                                                    รูป

 

 

 

 

 

 

9 คลิกปุ่ม Accept เพื่อยอมรับที่จะคุยด้วยหรือคลิกปุ่ม Block หากไม่อยากกับคุยกับเพื่อนคนนี้อีกต่อไป

 

8 ที่เครื่องแมคปลายทาง จะปรากฏหน้าต่างพร้อมเสียงเรียกเตือนว่า มีเพื่อนต้องการจะคุยด้วย ให้คลิกหน้าต่างดังกล่าว

รูป                                                                                     รูป

 

 

 

 

 

10 พอมาถึงขั้นนี้แล้ว ก็สามารถพิมพ์โต้ตอบกันไดตามความสะดวก

 

 

                ในการส่งไฟล์ไปให้เพื่อนๆ ผ่านทาง iChat ทำได้ง่าย เพียงแค่ลากไฟล์ที่จะส่งมายังหน้าต่างที่กำลังพูดคุยกันอยู่ ซึ่งผู้รับจะพบไฟล์ในหน้าต่างที่พูดคุยด้วย ซึ่งก็สามารถคลิกดาวน์โหลดไฟล์นี้ได้ทันที

รูป

 

 

 

 

Chat คุยพร้อมกันหลายคน

ถ้าหากคุยเป็นกลุ่ม คุยพร้อมกันทีละหลายๆคน ก็สามารถทำได้ง่าย ด้วยการคลิกเลือกเพื่อนๆ ทั้งหมดที่ต้องการจะคุย ดังตัวอย่างต่อไปนี้

 

 

1 กดคีย์ <Command>คลิกรายชื่อเพื่อนๆ ที่ต้องการคุยเป็นกลุ่ม

 

 

รูป

2 คลิกปุ่ม A เพื่อเริ่มสนทนาผ่านการ Chat

 

 

 

3 ทีนี้ทุกๆคนที่อยู่ในรายการ ก็สามารถมาแจมพูดคุยกันได้แล้ว โดยที่หน้าจอของแต่ละคนจะปรากฏหน้าต่างพร้อมเสียงเรียก ให้คลิกหน้าต่างดังกล่าวและคลิกปุ่ม Accept เพื่อเข้าร่วมวงสนทนา

รูป

 

 

 

คุยด้วยเสียงจริงสะใจยิ่งกว่า

                สำหรับ ใครที่ต้องการคุยกันแบบใช้เสียงสดๆ ก็สามารถใช้ iChat พูดคุยได้ไม่ต่างจากโทรศัพท์เลย (Audio Chat) โดยเฉพาะ เมื่อเพื่อนเราอยู่ต่างประเทศ การคุยแบบนี้จะช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายได้มากทีเดียว

 

 

 

1 คลิกที่ชื่อเพื่อนที่เราต้องการคุยด้วย

รูป

3 ที่เครื่องปลายทางปรากฏหน้าต่างรียก ให้คลิกที่หน้าต่าง

 

2 คลิกปุ่ม               เริ่มการพูดคุยด้วยเสียงผ่าน iChat

รูป

 

 

4 คลิกปุ่ม Accept เพื่อยอมรับการสนทนาด้วยเสียงในครั้งนี้

 

5 รอการเชื่อมต่อจากคู่สนทนาหลังจากนั้นก็สามารถพูดคุยกันได้ด้วยเสียงทันที

 

 

 

รูป

 

คลิกปิดเสียงชั่วคราว

 

 

 

คลิกเชิญคนอื่นร่วมวงพูดคุย

 

ปรับวอลุม เพิ่มลดเสียง

รูป

 

 

คุยแบบเห็นหน้าตัวเป็นๆ

                สำหรับ การ Chat หรือพูดคุยด้วยเสียง บางทีเราอาจนึกหน้าไม่ออกว่าคนที่เราจะคุยด้วยหน้าตาเป็นอย่างไร โดยเฉพาะเพื่อนใหม่ๆ ที่เพิ่งรู้จักกัน การโชว์หน้าโชว์ตาระหว่างพูดคุยก็น่าจะช่วยเพิ่มอรรถรสในการสนทนาได้ดียิ่ง ขึ้น ซึ่งจุดเด่นของ iChat บนเครื่องแมคที่เหนือกว่าคือ เรื่องของความคมชัดที่จะปรากฏบนหน้าจอ ภาพจะสวยใสและเสียงก็คมชัดเหมือนกับสนทนากันใกล้ๆเลยทีเดียว

 

2 คลิกปุ่ม               เพื่อร้องขอว่าต้องการคุยแบบเห็นหน้าเห็นตา

 

1 คลิกที่ชื่อเพื่อนที่เราต้องการคุยแบบเห็นหน้าเห็นตาซึ่งเพื่อนคนดังกล่าวจะ ต้องมีกล้องด้วย โดยคนที่มีกล้องจะปรากฏไอคอนที่หลังรายชื่อนั้นๆ

 

 

 

 

รูป

 

3 ที่หน้าต่างเครื่องปลายทางจะปรากฏหน้าต่างเรียกให้คลิกที่หน้าต่างดังกล่าว

 

 

 

รูป

 

5 เมื่ออีกฝ่ายยอมรับก็จะพบเรากับเพื่อนๆ จ๊ะเอ๋บนหน้าจอของแมคตามต้องการแล้ว

 

 

รูป

 

 

4 คลิกปุ่ม Accept เพื่อยอมรับการสนทนาด้วย Video Chat

 

ขยายเต็มหน้าจอ

 

ปิดเสียงชั่วคราว

 

เพิ่มเพื่อนคุย

รูป

 

 

ใน กรณีที่ต้องการเห็นหน้าเห็นตาเฉยๆ แต่ไม่อยากได้ยินเสียง หรือต้องการหยุดเสียงไว้ชั่วคราว ให้คลิกที่ปุ่ม           แต่ถ้าต้องการคุยแบบเต็มจอภาพ ก็ให้คลิกปุ่มขยายหน้าจอ                แต่ถ้าคุยคนเดียวไม่สะใจ ก็สามารถคลิกปุ่มเครื่องหมาย + แล้วเลือกชื่อเพื่อนคนๆอื่นมาร่วมแจมได้อีกด้วย ซึ่งโปรแกรม iChat สามารถคุยแบบเห็นหน้าแบบตัวเป็นๆได้พร้อมกันถึง 4 คนเลยทีเดียว

 

 

รูป

 

 

เปลี่ยนภาพพื้นหลังสวยๆ ระหว่างพูดคุย

                ใน ขณะที่เรากำลังโชว์หน้าโชว์ตาผ่านทาง iChat อยู่นั้น หากพบว่าด้านหลังของเราเป็นวิวที่ไม่สวย สามารถเปลี่ยนบรรยากาศโดยนำเอาภาพนิ่ง หรือวีดีโออื่นๆมาใช้แทนได้ โดยคุณสมบัตินี้เรียกว่า Back Drop โดยวิธีการใช้งานคล้ายกับที่อยู่ในโปรแกรม Photo Booth ดังที่กล่าวไว้แล้วในบทที่ 6 นั่นเอง

 

 

1 ขณะที่กำลังโชว์หน้าตาด้วย iChat อยู่นั้นให้คลิกปุ่ม Effect

รูป

 

 

3 คลิกเลือกภาพพื้นหลังที่ต้องการจะปรากฏข้อความให้เราออกไปให้พ้นจากหน้า กล้อง จากนั้นจะปรากฏข้อความบอกให้เราเข้ามาในกล้องซึ่งจะเห็นได้ว่าพื้นหลังถูก เปลี่ยนไปแล้ว

 

 

 

2 คลิกปุ่มลูกศรเลือกเอฟเฟ็กต์ในกลุ่มที่ 3

รูป

 

 

 

Safari 4 สุดยอดเว็บบราวเซอร์

หรือคลิกปุ่มเครื่องหมายบวก เพื่อสร้างแท็บใหม่

                Safari 4 เป็นโปรแกรมประเภทเว็บบราวเซอร์ ที่ใช้สำหรับท่องอินเทอร์เน็ตเปิดดูเว็บเพจ ค้นหาข้อมูลจากระบบออนไลน์ ที่มีจุดเด่นอยู่ในเรื่องของความเร็ว ใช้งานง่ายๆ และมีเสถียรภาพสูง ไม่มีอาการแฮงก์บ่อยๆ เหมือนโปรแกรมเว็บบราวเซอร์จากค่ายอื่นๆ โดยใน Safari 4 ได้เพิ่มคุณสมบัติใหม่ๆ จากรุ่นเดิมจาก 150 รายการ แต่ที่โดดเด่นคือ การแสดงประวัติการเยี่ยมชมเว็บในแบบ Top Site ตลอดจนสามารถย้อนดูประวัติการท่องเว็บในมุมมอง Cover Flow ได้อีกด้วย ต่อไปนี้เป็นปุ่มคำสั่งและส่วนประกอบหลักในโปรแกรม Safari 4

 

คลิกเพื่อย้อนไปยังเว็บเพจที่แล้วหรือกลับมาดูเว็บเพจเดิม

 

คลิกเพื่อบันทึกเว็บเพจใน Bookmark

 

กรอก URL ของเว็บที่ต้องการเยี่ยมชม

 

Bookmark Bar เก็บรายชื่อเว็บที่เข้าใช้งานบ่อยๆ

 

คลิกเพื่อเรียกหน้าเว็บเพจเดิมซ้ำอีกครั้ง (Refresh)

 

คลิกและกรอกสิ่งที่ต้องการค้นหาจาก Google

 

 

 

 

 

 

ดับเบิลคลิกที่ว่างเพื่อสร้างแท็บใหม่

 

คลิกที่แท็บเพื่อไปยังหน้าเว็บต่างๆ

 

คลิกเพื่อแสดงหน้าต่าง Top Site

 

คลิกเพื่อแสดงรายชื่อเว็บที่บันทึกใน Bookmark

รูป

 

รูป

 

                หากผู้อ่านท่านใดยังคงใช้ Safari เวอร์ชันเก่า สามารถดาวน์โหลด Safari 4 มาติดตั้งได้ฟรีๆ จาก www.apple.com และนอกจากนั้นแล้ว Safari 4 ยังมีเวอร์ชันสำหรับการติดตั้งบนวินโดว์อีกด้วย

 

 

 

ท่องเว็บด้วยSafari 4

                การ เปิดใช้งาน Safari ทำได้ง่ายๆ โดยการคลิกไอคอนบน Dock จากนั้นก็สามารถกรอกที่อยู่เว็บไซต์เพื่อท่องเว็บได้ทันที ส่วนกรณีที่ต้องการเปิดหน้าเว็บเพจใหม่โดยไม่ต้องการปิดหน้าต่างเดิม เราสามารถเปิดหน้าเว็บใหม่ในลักษณะแท็บ ดังตัวอย่างต่อไปนี้

 

1 คลิกปุ่ม Safari บน Dock

 

 

รูป

 

2 กรอก URL เพื่อเข้าไปยังเว็บเพจที่ต้องการจากนั้นกด <Enter>

 

 

 

รูป

 

 

 

3 หากต้องการเปิดหน้าเว็บอื่นๆเพิ่ม ให้กดคีย์ <Command+T>เพื่อสร้างแท็บใหม่ หรืออาจใช้วิธีเลือกเมนู File>New Tab

 

 

รูป

 

 

 

 

4 กรอก URL ของอีกเว็บไซต์แล้ว <Enter>

 

 

 

รูป

 

 

 

6 หากต้องการปิดแท็บใดให้เลื่อนเมาส์ไปบริเวณแท็บ จากนั้นคลิกปุ่มกากบาทบนแท็บ เพื่อปิดแท็บดังกล่าว

 

5 คลิกที่แท็บเพื่อกระโดดไปยังเว็บเพจต่างๆ

 

 

 

รูป

 

7 คลิกปุ่ม <เพื่อย้อนกลับไปดูเว็บเพจที่แล้ว และถ้าต้องการกลับมาที่เดิมให้คลิก >

 

 

 

8 เราสามารถกระโดดไปยังเว็บเพจที่เดิมอย่างรวดเร็วด้วยการคลิกปุ่ม>หรื <ค้างไว้ จะพบรายชื่อหน้าเว็บเพจที่ผ่านมา

 

 

รูป

 

 

 

 

บันทึกเว็บที่ใช้บ่อยๆใน Top Site

Safari 4 สามารถแสดงเว็บเพจที่เราใช้งานบ่อยๆ ในแบบ Top Site ซึ่งจะแสดงตัวอย่างหน้าตาเว็บเพจเรียงต่อกันไป ซึ่งการแสดงภาพให้เห็นนี้ช่วยให้ผู้ใช้จดจำ และกลับไปใช้งานเว็บเดิมๆ ได้อย่างง่ายดาย

2 จะปรากฏเว็บเพจที่เราใช้งานบ่อยๆปรากฏบนหน้าจอให้คลิกเลือกเว็บเพจที่ต้องการใช้งาน

 

1 คลิกปุ่ม                               เพื่อเรียกหน้าต่าง Top Site หรืออาจใช้วิธีกดคีย์ <Command+T>เพื่อสร้างแท็บใหม่ก็ได้

 

 

 

 

 

รูป

 

 

ราย ชื่อเว็บใน Top Site จะเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา คือ ขึ้นอยู่กับว่าผู้ใช้มีการเข้าเว็บใดบ่อยมากแค่ไหน แต่ถ้าเรามีเว็บที่ชื่นชอบเป็นพิเศษ สามารถล็อกให้ปรากฏบน Top Site ตลอดเวลาได้ รวมถึงสามารถลบบางเว็บเพจไม่ให้ปรากฏบน Top Site ได้ดังนี้

 

 

 

1 ที่หน้าต่าง Top Site ให้คลิกที่ปุ่ม Edit

รูป

 

 

 

 

 

 

2 คลิกปุ่ม               เพื่อล็อกหน้าเว็บเพจ ดังกล่าวบน Top Site

 

 

 

 

3 คลิกปุ่มกากบาท X หากต้องการลบหน้าเว็บเพจดังกล่าวออกจาก Top Site

รูป

 

 

4 ปรับขนาดไอคอนหน้าเว็บเพจ

 

 

 

 

 

 

 

5 เมื่อล็อกครบทุกเว็บที่ต้องการแล้วให้คลิกปุ่ม Done ในครั้งต่อๆ ไปเว็บที่ถูกล็อกจะไม่หายไปจาก Top Site เลย

รูป

 

 

 

 

 

 

 

ดูประวัติการใช้งานในแบบ Cover Flow

Safari 4 ได้เก็บประวัติการท่องเว็บของเราเอาไว้ เพื่อช่วยให้ผู้ใช้สามารถย้อนกลับไปดูเว็บเพจเก่าๆ ได้อย่างง่ายได้ โดยใน Safari 4 สามารถแสดงประวัติการใช้งานโดยแยกตามวันเวลา ซึ่งเราสามารถย้อนกลับไปดูได้

 

 

 

 

 

1 คลิกเมนู History

 

2 จะปรากฏรายชื่อเว็บที่เคยได้เยี่ยมชม โดยเป็นเว็บที่มักเข้าไปใช้งานบ่อยๆ นอกเหนือไปกว่านั้น Safari จะมีการเก็บประวัติการท่องเว็บตามวันเวลา ให้คลิกเลือกวันที่ต้องการทราบได้ทันที

รูป

 

 

 

นอกจาก การดูประวัติการท่องเว็บตามวันเวลาแล้ว Safari ยังสามารถแสดงประวัติการท่องเว็บในแบบ Cover Flow ซึ่งจะแสดงภาพตัวอย่างหน้าเว็บเพจต่างๆ ที่เคยได้เยี่ยมชม ทำให้เราสามารถกลับไปยังเว็บเพจเก่าๆ ที่ต้องการได้อย่างง่ายดายอีกด้วย

 

1 คลิกปุ่ม Top Site

 

 

 

2 คลิกภายในบริเวณ Search History

รูป

 

 

 

 

 

3 กดคีย์ลูกศรซ้ายหรือขวา เพื่อเปลี่ยนไปยังหน้าเว็บเพจที่ต้องการ แล้วกด <Enter>

 

 

 

 

รูป

 

 

 

4 หรือถ้าต้องการความรวดเร็ว เราสามารถกรอกข้อความที่เกี่ยวข้องกับเว็บเพจ เพื่อให้ Safari ค้นหาหน้าเว็บดังกล่าวขึ้นมาก็ได้

 

 

 

 

 

 

 

6 คลิกเพื่อลบประวัติการท่องเว็บเพื่อไม่ให้คนอื่นทราบได้ว่าเราได้เข้าไปยังเว็บไซต์ใดมาบ้างแล้ว

 

5 ผลลัพธ์จะแสดงเฉพาะเว็บเพจที่เกี่ยวข้องกับคำที่เราได้กรอกลงไป

รูป

 

 

 

 

 

 

การลบประวัติการท่องเว็บ

                ในการท่องเว็บ หากไม่ต้องการให้คนอื่นทราบว่า เราได้เข้าเว็บอะไรไปแล้วบ้าง เราสามารถลบประวัติการใช้งาน ใน History ดังนี้

 

 

 

1 คลิกเมนู History>Clear History

 

 

 

รูป

 

 

 

 

2 คลิกปุ่ม Clear history ที่อยู่ในหน้าต่าง Tap Site

รูป

 

 

 

ดาวน์โหลดข้อมูลจากอินเทอร์เน็ต

หาก เราคลิกเพื่อดาวน์โหลดไฟล์จากอินเทอร์เน็ต โปรแกรม Safari จะส่งไฟล์ดังกล่าวไปยังโฟลเดอร์ Downloads โดยอัตโนมัติ พร้อมกับจะแสดงสถานการณ์ดาวน์โหลดให้ทราบ ดังนี้

 

 

 

 

 

 

 

รูป

 

1 คลิกเพื่อดาวน์โหลดไฟล์จากอินเทอร์เน็ต

 

2 จะปรากฏหน้าต่างแสดงสถานะของการดาวน์โหลด โดยจะแสดงประวัติการดาวน์โหลดไฟล์ต่างๆ เอาไว้ด้วย

 

 

 

 

 

รูป

3 คลิกปุ่มกากบาท หากต้องการยกเลิกดาวน์โหลด

 

 

 

 

 

4 คลิกปุ่ม Clear หากต้องการลบประวัติการดาวน์โหลดออกไป ซึ่งเป็นการลบประวัติเท่านั้นไม่ใช่การลบไฟล์ที่ได้ดาวน์โหลดมาจริงๆ

รูป

 

 

 

 

 

 

 

                โดยปกติแล้ว หากมีการดาวน์โหลดไฟล์ หรือมีการรับส่งไฟล์ ไฟล์ดังกล่าวจะถูกนำไปส่งใน Download Stack โดยอัตโนมัติ เช่น ไฟล์ที่ดาวน์โหลดมาจากอินเทอร์เน็ตด้วยโปรแกรม Safari กิจกรรม นัดหมาย หรือภารกิจต่างๆ ที่ถูกเซฟมาจากโปรแกรม Mail รวมถึงไฟล์ที่รับจากโปรแกรม iChat เป็นต้น

 

5 เมื่อดาวน์โหลดเรียบร้อยเราสามารถดูผลลัพธ์ โดยการคลิก Download Stack จะพบไฟล์ที่เพิ่งดาวน์โหลดในโฟลเดอร์นี้ทันที

รูป

 

 

 

 

 

 

รับส่งอีเมล์กับโปรแกรม Mail

                Mail จัดว่าเป็นโปรแกรมประเภท Mail Client เช่นเดียวกับโปรแกรม Outlook และโปรแกรม Eudora โดยโปรแกรม Mail ในแมคนั้นจัดว่าเป็นโปรแกรมที่ใช้งานง่าย และมีเครื่องไม้เครื่องมือสำหรับการรับส่งอีเมล์เป็นอย่างดี เช่น มี Template สวยๆ มาให้เลือกใช้งาน (เรียกว่า Stationary) สามารถดึงรายชื่อเบอร์โทรจากโปรแกรม Address Book มาใช้ รวมทั้งสามารถนำเอาข้อมูลในเมล์ไปกำหนดนัดหมายและส่งไปยังโปรแกรม iCal ได้โดยตรง พร้อมทั้งยังมีระบบการคัดกรองอีเมล์ที่ชาญฉลาดอีกด้วย

 

ตั้งค่าอีเมล์ก่อนใช้งาน

                ก่อน ใช้งานโปรแกรม Mail จะต้องมีการปรับแต่ง หรือตั้งค่าให้เหมาะกับผู้ใช้แต่ละคนเสียก่อน ซึ่งจุดเด่นของ Mail คือ รองรับ Web Based email ที่มีชื่อเสียงอย่าง Yahoo, Gmail ตลอดจน Hotmail เพียงเรากรอกอีเมล์โปรแกรมก็จะตั้งค่าต่างๆ ให้โดยอัตโนมัติ ดังตัวอย่างต่อไปนี้

 

 

 

 

 

1 คลิกไอคอน Mail ซึ่งอยู่บน Dock

 

 

รูป

 

2 หากเป็นการใช้งานครั้งแรกจะปรากฏหน้าต่างเพื่อตั้งค่าอีเมล์ทันที ให้กรอกชื่อผู้ใช้

 

3 กรอกอีเมล์ ซึ่งหากเป็นอีเมล์ที่มีชื่อเสียงอย่าง Yahoo, Gmail ก็จะมีการตั้งค่าต่างๆให้อัตโนมัติ

 

 

 

 

รูป

4 กรอกรหัสผ่าน

 

6 หลังจากนั้นก็จะพบโปรแกรม Mail ตามต้องการ

 

5 คลิกปุ่ม Create

 

 

 

 

 

รูป

 

 

 

หาก ผู้ใช้มีหลายอีเมล์ เช่น มีทั้งทีเป็นของ Yahoo, Gmail หรืออีเมล์ของที่ทำงาน ก็สามารถนำอีเมล์ทั้งหมดจับมารวมไว้ใน Mail ได้ ซึ่งทำให้การเปิดอ่านอีเมล์จากหลายๆ ที่ทำได้สะดวกยิ่งขึ้นด้วย

 

 

 

 

 

1 ที่โปรแกรม Mail ให้เลือกเมนู Mail>Preferences

 

 

รูป

 

 

2 คลิกที่แท็บAccounts

 

 

 

รูป

 

 

3 คลิกที่เครื่องหมายบวกเพื่อตั้งค่า Account ใหม่

 

4 กรอกชื่อผู้ใช้

 

 

 

 

 

7 คลิกปุ่ม Continue

 

6 กรอกรหัสผ่าน

 

5 กรอกที่อยู่อีเมล์

รูป

 

 

 

 

 

 

 

8 สำหรับอีเมล์ที่มีชื่อเสียงอย่าง Yahoo หรือ Gmail จะมีการตรวจสอบและตั้งค่าอีเมล์อัตโนมัติ แต่หากเป็นอีเมล์อื่นๆ ผู้ใช้อาจต้องกรอกข้อมูลต่างๆ เอง เช่น เลือกประเภทของอีเมล์ (Account Type) ซึ่งโดยปกติการรับส่งอีเมล์จะใช้เป็นแบบ POP ยกเว้นแค่ว่าเครื่องแมคมีการเชื่อมต่อกับระบบอื่นๆ อย่าง Microsoft Exchange Server เป็นต้น

 

 

 

 

10 คลิกปุ่ม Continue จากนั้นกรอกชื่อคอมพิวเตอร์ในการส่งอีเมล์ (Outgoing mail Server)และค่าอื่นๆ ให้ตรงตามที่ผู้ใช้บริการอีเมล์เป็นผู้กำหนด

 

9 กำหนดเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ใช้รับอีเมล์ (Incoming Mail Server)

รูป

 

 

 

 

ตรวจสอบอีเมล์ฉบับใหม่ที่เข้ามา

ทันที ที่เราเปิดโปรแกรม Mail ที่ไอคอนของ Mail บน Dock จะมีตัวเลขบอกให้ทราบว่ามีอีเมล์กี่ฉบับที่เรายังไม่ได้เปิดอ่าน และถ้าเราต้องการดูรายละเอียดก็สามารถเข้าไปดูในโปรแกรม Mail ได้ทันที

 

 

1 คลิกที่ Inbox

 

2 คลิกอีเมล์ที่ต้องการเปิดอ่าน

 

 

 

 

4 หรือหากต้องการดูตัวอย่างไฟล์ก่อนที่จะดาวน์โหลด ให้คลิก Quick Look

 

3 หากมีไฟล์แนบ (Attachment) เราสามารถคลิก Save ซึ่งไฟล์จะถูกนำไปเก็บในโฟลเดอร์ Downloads โดยอัตโนมัติ

รูป

 

 

 

 

 

 

5 หรือคลิกปุ่ม Save ค้างไว้ เลือกว่าจะเซฟไฟล์ทั้งหมด (Save All) หรือเลือกเฉพาะบางไฟล์ หรือนำไปไว้ในโปรแกรม iPhoto (กรณีที่เป็นไฟล์ภาพ)

 

 

 

 

รูป

 

 

 

การส่งอีเมล์

                โปรแกรม Mail ได้เตรียม Template สวยๆ หรือที่เรียกว่า Stationery มาให้เลือกใช้ ซึ่งการใช้ Stationery ช่วยให้อีเมล์มีความสวยงามในทันทีโดยไม่ต้องเสียเวลาปรับแต่งแต่อย่างใดเลย

 

 

 

1 คลิกที่ New Message

 

 

 

 

 

รูป

 

 

 

 

 

2 ให้กรอกอีเมล์ของผู้รับ หรือจะคลิกที่ Address เพื่อเลือกรายชื่ออีเมล์ที่เคยได้บันทึกไว้แล้วก็ได้

 

4 คลิก Show Stationery เพื่อแสดงรายการ Stationery ที่ได้เตรียมเอาไว้

 

 

 

 

 

3 กรอกข้อความที่ใช้เป็น หัวจดหมาย

รูป

 

 

5 เลือกประเภทของ Stationery

 

 

รูป

6 เลือกรูปแบบของ Stationery

 

7 อีเมล์จะเปลี่ยนไปตาม Stationery ที่ได้เลือกไว้ เช่น สีพื้น ตัวอักษร การจัดวางรูปภาพ ฯลฯ

 

 

 

 

 

 

รูป

 

 

 

 

 

8 คลิกปุ่ม Photo Browser เพื่อแสดงรายการรูปภาพ เช่น รูปที่อยู่ในโปรแกรม iPhoto และโปรแกรม Photo Booth

 

 

 

รูป

 

9 ถ้า Stationery ที่เลือกมีส่วนที่ต้องให้เราใส่ภาพ ให้ลากรูปภาพมาใส่ได้โดยตรง

 

 

รูป

 

 

 

 

 

10 หากต้องการแนบไฟล์ไปพร้อมกับอีเมล์ ให้คลิกปุ่ม Attach จากนั้นเลือกไฟล์ที่ต้องการ แล้วคลิกปุ่ม Choose Files

 

 

 

 

11 เราสามารถปรับเปลี่ยนสีตัวอักษร ทำตัวหนา ตัวเอียง ตามความเหมาะสม เมื่อทุกอย่างเรียบร้อย ให้คลิกปุ่ม Send เพื่อส่งอีเมล์

รูป

 

 

 

 

 

 

MobileMeบริการออนไลน์จาก Apple

MobileMe เป็นบริการออนไลน์ของ Apple (Apple Internet service) สำหรับใช้กับอุปกรณ์ยอดนิยมอย่าง iPhone, iPod Touch, Macintosh และ คอมพิวเตอร์ PC

จุดประสงค์ของการใช้งาน MobileMeคือเป็นบริการออนไลน์บนอินเทอร์เน็ตที่ช่วยอำนวยความสะดวกต่อการใช้ งานอุปกรณ์มากกว่าหนึ่งตัว เช่น มีคอมพิวเตอร์ทั้งที่บ้านและที่ทำงาน มี iPhone พกติดตัว มีเครื่องแมคอยู่ที่บ้านน้องสาว ฯลฯ การใช้ Mobile ช่วยให้ข้อมูลในอุปกรณ์ทุกๆ ตัวถูกต้องตรงกันและก็อัพเดตอยู่เสมออีกด้วย

MobileMe จะเก็บข้อมูล 3 แบบ ได้แก่ อีเมล์, Contacts และ นัดหมาย (Calendar) โดยจะเก็บที่คอมพิวเตอร์ซึ่งออนไลน์อยู่ในอินเทอร์เน็ตตลอดเวลา ซึ่งหากเรามีคอมพิวเตอร์หลายเครื่อง หรืออุปกรณ์อยู่หลายตัว เราก็จะได้ข้อมูลที่อัพเดตล่าสุดมาใช้ตลอดเวลาเลยทีเดียว

 

 

รูป

 

 

 

ตัวอย่าง เช่น หากมีลูกค้าส่งอีเมล์มาให้ ถ้าเราใช้ MobileMeแล้ว ระบบก็จะส่งอีเมล์เหล่านั้นไปยังอุปกรณ์ต่างๆ ทั้งหมด (Push Email) หรือถ้ามีการบันทึกเบอร์โทรเพื่อนคนใหม่ลงใน iPhone  หลังจากได้สมัครบริการ MobileMeแล้ว รายชื่อนี้ก็จะถูกอัพเดตไปยังอุปกรณ์อื่นๆ ด้วย หรือถ้ามีการบันทึกนัดหมายในคอมพิวเตอร์ ก็จะมีการซิงค์ข้อมูลกลับไปยัง iPhone ตลอดจนอุปกรณ์ที่เหลือเช่นเดียวกัน

นอกจากนั้นแล้ว MobileMeยังสามารถแชร์ไฟล์รูปภาพ หรือข้อมูลขนาดใหญ่ได้มากถึง 20 กิกะไบต์ ไม่ว่าเราจะอยู่ที่ใดก็ตาม เช่น ขณะเดินทางไปต่างจังหวัด ทำงานนอกสถานที่ หรือขณะกำลังนั่งรถไฟฟ้า เราสามารถซิงค์อีเมล์ Contacts และนัดหมาย (Calendar) ในอุปกรณ์ต่างๆ ให้ตรงกันได้ตลอดเวลา เช่น หากเราได้รับอีเมล์มายัง iPhone โดยมีการบันทึกชื่อ ใส่รูปภาพ และทำการบันทึก Contact นี้ไว้ ก็จะมีการอัพเดตข้อมูลใน Mobile Me และอุปกรณ์ที่เชื่อมต่อกับ MobileMeก็จะถูกอัพเดตให้ทันสมัยอัตโนมัติ

 

สมัครเป็นสมาชิก MobileMe

                MobileMe เป็นบริการจากทาง Apple ที่ให้ผู้ใช้ฟรีได้ 60 วัน พร้อมทั้งได้เตรียมเนื้อที่มาให้ 20 กิกะไบต์ แต่ถ้าต้องการใช้งานเป็นรายปี ก็ต้องเสียค่าบริการโดยหักจากบัตรเครดิต หรือไปยังร้านตัวแทนจำหน่ายของ Apple เช่น iStudio, iBeatหรือตัวแทนจำหน่ายอื่นๆ ในบ้านเรา และต่อไปนี้เป็นตัวอย่างการสมัครเป็นสมาชิก MobileMeซึ่งจะเห็นว่ามีขั้นตอนที่ง่ายมากๆ

 

1 ไปที่เว็บ www.me.com

 

 

 

2 คลิกที่ Sign up for a free trial

รูป

 

 

3 กรอกข้อมูลต่างๆ เพื่อสมัครสมาชิก เช่น กรอกชื่อ ที่อยู่

 

 

รูป

 

5 เมื่อทุกอย่างเรียบร้อยจะปรากฏหน้าจอให้เรา Login หรือดูวิธีการตั้งค่าอุปกรณ์ต่างๆ โดยคลิกที่ปุ่ม Login หรือปุ่ม Setup MobileMeตามลำดับ

 

4 คลิกปุ่ม Continue จากนั้นทำตามขั้นตอนที่ปรากฏหน้าจอ เช่น การกรอกหมายเลขบัตรเครดิต ซึ่งเมื่อครบกำหนด 60 วันแล้วจะเสียค่าใช้จ่ายในการใช้งานต่อ แต่ถ้าไม่ต้องการก็สามารถยกเลิกได้

 

 

 

 

 

 

 

รูป

 

เข้าใช้งาน MobileMeด้วยเครื่องแมค

หลังจากให้เราสมัครเป็นสมาชิก MobileMeเรียบร้อย ก็ให้กรอกชื่อและรหัสที่ได้จาก MobileMeลงในเครื่องแมค ดังนี้

 

 

1 ในหน้าต่าง System Preferences ให้คลิกที่ไอคอน MobileMe

 

 

 

รูป

 

 

 

2 กรอกชื่อและรหัสผ่าน

 

 

 

 

3 คลิก Sign in เพื่อเข้าใช้งาน Mobile Me ที่เครื่องแมค

รูป

 

 

4 จะปรากฏรายละเอียดเกี่ยวกับ MobileMe

 

 

 

รูป

 

 

 

 

5 คลิกแท็บSync เพื่อซิงค์ข้อมูลระหว่างเครื่องแมคกับ MobileMe

 

 

 

                หลังจากตั้งค่า MobileMeในเครื่องแมคเรียบร้อย เราจะพบไอคอน iDiskบนหน้าจอ Desktop ซึ่ง iDiskเป็นเสมือนฮาร์ดดิสก์ออนไลน์นั่นเอง

 

รูป

 

                หากจำเป็นต้องใช้อุปกรณ์อื่นๆ ร่วมกับ MobileMeเช่น iPhone จะต้องตั้งค่าใน iPhone หรือถ้าต้องการใช้งานกับคอมพิวเตอร์ตระกูลวินโดว์ จะต้องติดตั้งโปรแกรม MobileMe Control Panel พร้อมทั้งตั้งค่าให้ถูกต้องเสียก่อน

 

7 คลิกปุ่ม Sync Now

 

6 คลิกเลือกว่าจะให้ซิงค์ข้อมูลประเภทใดบ้าง

รูป

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

เข้าใช้งาน MobileMeผ่านทางเว็บบราวเซอร์

                Mobile Me รองรับ Web Application คือสามารถใช้อินเทอร์เน็ตในการดูและแก้ไขข้อมูลได้โดยตรง ซึ่งทำให้เราสามารถเปิดดู หรือแก้ไขข้อมูลในที่ใดๆ บนโลกใบนี้ก็ได้โดยให้ใช้บราวเซอร์ (Browser) ที่สนับสนุน MobileMeอาทิ Safari และ FireFoxเข้าไปยัง www.me.com บนหน้าเว็บเพจ ก็จะพบปุ่มสำหรับการเข้าไปยังข้อมูลต่างๆ โดยใช้การคลิกเพียงครั้งเดียว เช่น อีเมล์ Contact และ Calendar ตลอดจน Photo Gallery,iDiskและ Account Settings ดังตัวอย่างต่อไปนี้

 

 

 

1 ใช้โปรแกรม Safariเข้าไปยังเว็บ www.me.com ซึ่งเราสามารถใช้เครื่องแมคหรือเครื่อง PC ก็ได้ (สามารถใช้โปรแกรม FireFoxแทน safari ได้) กรอกชื่อและรหัสผ่าน จะปรากฏหน้าจอแสดงข้อมูลต่างๆ ที่อยู่ใน MobileMe

 

 

 

 

รูป

 

 

รูป

2 ให้คลิกที่ Mail ก็จะพบหน้าตาโปรแกรมรับส่งอีเมล์ที่คล้ายกับที่เราใช้งานทั่วไปตามปกติ

 

4 ให้คลิกปุ่ม Contact ก็จะพบรายชื่อที่เราบันทึกไว้ สามารถลากเมาส์เลือกดูรายชื่อหรือใช้การค้นหารายชื่อก็ได้ สามารถแก้ไขข้อมูล เช่น เปลี่ยนเบอร์โทร เปลี่ยนที่อยู่ เป็นต้น

 

 

 

 

 

 

 

รูป

 

 

 

 

 

 

 

5 ให้คลิกปุ่ม Calendar ก็จะพบมุมมองในการแสดงข้อมูลอยู่3 แบบ คือ Day, Week และ Month ในการสร้างนัดหมายสามารถกำหนดสีเพื่อแยกกลุ่มนัดหมายที่ต่างกันได้ เช่นนัดหมายของคนในครอบครัว นัดหมายของที่ทำงาน นัดหมายกับน้องๆ เป็นต้น

 

 

 

 

 

รูป

                Mobile Me ยังสามารถทำงานร่วมกับ Outlook 2003 และ Outlook 2007 บนเครื่อง PC ได้อีกด้วย โดยหากมีความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกับอีเมล์ Contacts และ Calendar แล้ว ในทุกๆ 15 นาทีจะมีการซิงค์ข้อมูลกับ Mobile Me จากนั้นก็ส่งข้อมูลไปยัง iPhone, iPod touch หรือเครื่องแมค

 

 

 

 

แชร์รูปภาพสวยๆ ผ่านทาง MobileMe

                Mobile Me Gallery ใช้ตอบสนองกับความต้องการของบุคคล ที่ชอบอวดรูปภาพสวยๆ ให้เพื่อนๆ ได้ดูกันผ่านทางอินเทอร์เน็ต โดยเราสามารถอัพโหลดภาพไปยัง MobileMeและสร้างเป็น Photo Gallery บนเว็บได้ ซึ้งคล้ายกับเป็นคลังภาพส่วนตัวที่สามารถแชร์ให้คนอื่นๆ ทั่วโลกดูกันได้อีกด้วย

 

 

 

 

 

 

 

 

 

1 คลิกปุ่ม Photo Gallery

 

 

 

 

 

3 ตั้งชื่ออัลบั้ม

รูป

2 คลิกเครื่องหมายบวกเพื่อสร้างอัลบั้มใหม่

 

 

 

 

รูป

5 คลิกปุ่ม Create

 

4 กำหนดเงื่อนไขว่าจะสามารถทำอะไรกับอัลบั้มรูปนี้ได้บ้าง เช่น ดาวน์โหลดได้หรือไม่ อัพโหลดผ่านทางเว็บบราวเซอร์ได้หรือเปล่า เป็นต้น

 

 

 

 

 

 

 

6 คลิกที่ Click Here to Upload

รูป

 

7 คลิกปุ่ม Choose เพื่อเลือกไฟล์ภาพ

รูป

 

 

 

8 เลือกภาพที่ต้องการอัพโหลดขึ้นไปบนเว็บ จากนั้นคลิกปุ่ม Select

 

 

รูป

 

9 จะมีขั้นตอนอัพโหลด เมื่อทำจนครบให้คลิกปุ่ม Done

รูป

 

 

 

10 คลิกอัลบั้มที่เพิ่งอัพโหลด

 

11 เราสามารถแดรกเมาส์ลากจัดเรียงลำดับรูปภาพ หมุนรูปภาพจากแนวตั้งเป็นแนวนอนได้ หรือลบรูปภาพที่ไม่ต้องการออกไปได้อีกด้วย

 

 

 

 

 

12 หากต้องการให้เพื่อนๆ เข้ามาดูรูปนี้ด้วยโปรแกรม Browser ให้ก๊อบปี้ Link ที่แสดงอยู่บนมุมขวาด้านบน ส่งไปทางเมล์ หรือช่องทางอื่นๆ ก็ได้

รูป

 

 

ใน การดู Photo Gallery สามารถใช้ Web Browser ใดๆก็ได้ เช่น สามารถใช้ Internet Explorer บนวินโดว์ หรือ FireFoxฯลฯ เพื่อเข้าไปดูภาพในอัลบั้มที่สร้างขึ้นได้ โดยขณะดูภาพ สามารเปลี่ยนได้ 4 มุมมองคือ Grid, Mosaic, Carousel และ Slide Show โดยเราสามารถกำหนดว่าใครที่จะสามารถดาวน์โหลดรูปภาพไปใช้ได้

 

 

 

 

1ที่วินโดว์ เช่น Windows XP, Windows Vista หรือ Windows 7 ไปยังเว็บไซต์ที่อ้างอิงจากหัวข้อที่แล้วจะพบรูปต่างๆ บนหน้าจอทันที

 

 

 

                สามารถใช้ iPhone สำหรับดูรูปภาพบน MobileMeหรืออาจใช้ App TV ต่อกับจอทีวีขนาดใหญ่ โดยเลือก Photos>MobileMeและหลังจากเลือก Gallery หรืออัลบั้มที่ต้องการแล้ว ก็จะพบภาพปรากฏบนหน้าจอทันที

 

3 คลิกเพื่อเปลี่ยนมุมมอง เพื่อแสดงภาพในแบบที่ต่างกันออกไป

 

2 แดรกเมส์เพื่อย่อขยายรูปภาพ

รูป

 

 

 

 

 

 

 

ฝากข้อมูลกับ iDisk

                MobileMeiDisk ช่วยทำให้การอัพโหลด เก็บข้อมูล หรือการเข้าดูข้อมูลในอินเทอร์เน็ตทำได้อย่างง่ายดาย โดยการเข้าดูข้อมูลใน iDiskสามารถเข้าผ่าน www.me.com หรือใช้เครื่องแมคหรือ PC ก็ได้ในการอัพโหลดไฟล์ผ่านทางเว็บ

 

 

 

1 ที่เว็บMobileMeคลิกปุ่ม iDisk

 

3 ให้คลิกปุ่ม Upload

 

 

 

2 ให้คลิกเลือกโฟลเดอร์ที่ต้องการนำข้อมูลไปฝากเอาไว้

รูป

 

 

 

 

 

4 คลิกปุ่ม Choose เพื่อเลือกไฟล์ที่ต้องการ

รูป

 

 

 

 

5 เลือกไฟล์ที่ต้องการอัพโหลดจากนั้นคลิกปุ่ม Select

 

 

รูป

 

 

 

 

6 ไฟล์โฟลเดอร์ที่ปรากฏใน iDisk

 

 

รูป

 

 

 

 

นอกจากวิธีข้างต้นแล้วสามารถใช้ Finder บนแมค ลากไฟล์หรือโฟลเดอร์ไปยังไอคอน iDiskก็ได้

 

 

1 ดับเบิลคลิกไอคอน iDiskที่อยู่บน Desktop

รูป

 

 

 

 

2 จะปรากฏข้อมูลใน iDiskซึ่งจะเห็นว่ามีการแยกเก็บข้อมูลออกเป็นโฟลเดอร์ต่างๆ ลากไฟล์หรือโฟลเดอร์มายังโฟลเดอร์ที่อยู่ใน iDisk

รูป8

Share Button
1492 Total View 2 View Today
(Visited 108 times, 1 visits today)

ใส่ความเห็น