9.ปรับแต่งแมคให้ถูกใจ

บทที่ 9

ปรับแต่งแมคให้ถูกใจ

                ผู้ใช้แต่ละคนมีจุดประสงค์ในการใช้งานเครื่องแมคต่างกันออกไป บ้างก็นำไปใช้ท่องอินเทอร์เน็ตเป็นหลักบ้างก็นำไปใช้ตกแต่งภาพ บ้างก็นำไปใช้สร้างสรรค์งานด้าน 3 มิติ บ้างก็นำไปใช้ในการคำนวณด้านวิทยาศาสตร์ และอีกหลายๆคนก็นำมาใช้เป็นศูนย์กลางความบันเทิงภายในบ้าน และด้วยความต้องการที่ต่างกันนั้น เราจึงควรปรับแต่งเครื่องแมคให้เหมาะกับผู้ใช้แต่ละคน

Mac OS X จัดว่าเป็นระบบปฏิบัติการที่ชาญฉลาด สามารถปรับแต่งหน้าตาหรือส่วนประกอบต่างๆ ได้อย่างอิสระ เราสามารถปรับแต่งเมาส์ ปรับแต่งคีย์บอร์ด ปรับเปลี่ยนหน้าจอ หรือกำหนดค่าที่แตกต่างกันได้อย่างมากมาย และนอกจากนั้นแล้ว หากต้องเชื่อมต่อเครื่องแมคกับอุปกรณ์อื่นๆ เราสามารถปรับแต่งให้ทำงานร่วมกับอุปกรณ์ต่างๆ ได้อย่างง่ายดายอีกด้วย

 

เปลี่ยนภาพบน Desktop

                ใน เครื่องแมคที่ได้ติดตั้ง Mac OS X Leopard หรือ Mac OS X Snow Leopard ภาพพื้นหลังจะมีลักษณะเหมือนแสงออรา คล้ายกับอยู่ในห้วงอวกาศ แต่หากเราไม่ชอบภาพ Desktop ดังกล่าว ก็สามารถเปลี่ยนเป็นภาพวิวสวยๆ เปลี่ยนไปใช้ภาพดาราสุดโปรด หรือเปลี่ยนเป็นภาพศิลป์ที่ตนชื่นชอบก็ได้ ดังนี้

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

1 คลิกขวาบริเวณที่ว่างของ Desktop แล้วเลือก Change Desktop Background

 

 

 

รูป

 

 

 

 

3 เลือกโฟลเดอร์ซึ่งเก็บภาพที่ต้องการ

 

3 คลิกที่ Desktop

 

4 คลิกภาพที่ต้องการให้เป็นภาพบน Desktop

 

 

 

 

รูป

 

 

 

 

 

 

ใน กรณีภาพที่ทางแมคเตรียมไว้ให้ไม่ถูกใจ เราสามารถใช้ภาพส่วนตัว เช่น ภาพถ่ายของลูกสาว ภาพแฟนหนุ่มสมัยยังเป็นวัยรุ่น หรือภาพวิวสวยๆ อื่น ให้คลิกปุ่มบวก จากนั้นคลิกโฟลเดอร์ซึ่งเก็บรูปเอาไว้ ดังนี้

 

 

 

 

 

1 คลิกปุ่มเครื่องหมายบวก เพื่อเพิ่มรายการโฟลเดอร์ซึ่งได้เก็บภาพที่เตรียมเอาไว้

 

 

 

2 ดับเบิลคลิกเลือกโฟลเดอร์ที่ได้เก็บรูปเอาไว้

รูป

3 โฟลเดอร์จะปรากฏในรายการด้านซ้ายมือ

 

 

 

 

รูป

 

 

 

4 คลิกเลือกรูปที่ต้องการใช้เป็น Desktop

 

5 ผลลัพธ์ภาพพื้นหลังเปลี่ยนไปตามต้องการ

 

 

 

รูป

 

 

 

 

 

นอกจาก การเปลี่ยนภาพพื้นหลังด้วยตนเองแล้ว เรายังสามารถเปลี่ยนภาพพื้นหลังแบบอัตโนมัติตามเวลาที่กำหนด เช่น เปลี่ยนภาพพื้นหลังทุกๆ 15 นาที เป็นต้น ซึ่งก่อนอื่นเราจะต้องเลือกโฟลเดอร์ที่เก็บภาพที่เราจะใช้งานเอาไว้ จากนั้นจะต้องกำหนดเวลาเพื่อให้แมคเปลี่ยนภาพตามเวลาดังกล่าว

 

 

 

1 คลิกเลือกโฟลเดอร์ที่มีภาพอยู่

 

 

 

3 คลิกให้เกิดเครื่องหมายถูกที่ Change Picture เพื่อให้มีการเปลี่ยนภาพอัตโนมัติ

 

5 คลิกที่ Random Order หากต้องการสุ่มภาพขึ้นมาโดยไม่มีการเรียงลำดับก่อนหลัง

 

4 แดรกเมาส์เพื่อกำหนดเวลาในการเปลี่ยนภาพ

 

2 จะปรากฏรูปภาพที่อยู่ในโฟลเดอร์นั้นๆ

รูป

 

 

 

 

 

การกำหนด Screen Saver

                เมื่อ คอมพิวเตอร์ไม่ได้ใช้งานนานๆ เราควรถนอมจอภาพ โดยการสั่งให้มีภาพเคลื่อนไหวบนหน้าจอ ซึ่งเรียกว่า Screen Saver โดยหากไม่มีการใช้งานคอมพิวเตอร์ตามเวลาที่กำหนด Screen Saver ก็จะทำงานเองโดยอัตโนมัติ นอกจาก Screen Saver จะช่วยถนอมหน้าจอแล้ว ยังช่วยเพิ่มความเพลิดเพลินให้กับผู้ใช้หรือผู้ผ่านไปผ่านมาได้อีกทางหนึ่ง ด้วย

ต่อไปนี้เป็นตัวอย่าง การนำรูปภาพที่มีอยู่ในเครื่องมาทำเป็น Screen Saver โดยหาก Screen Saver ทำงานจะมีการโหลดภาพและมีการเปลี่ยนภาพลักษณะคล้ายสไลด์โชว์

 

1 คลิกที่ไอคอน System Preferences

 

 

รูป

 

 

 

 

2 คลิกที่ไอคอน Desktop & Screen Saver

 

 

รูป

 

3 คลิกที่แท็บScreen Saver

 

4 เลือกกลุ่มรูปภาพที่แมคเตรียมไว้ให้

 

 

 

 

 

7 คลิกปุ่มHot Corners เพื่อกำหนดว่าจะให้ใช้มุมใดของหน้าจอในการเรียกใช้งาน Screen Saver โดยเมื่อมีการเลื่อนเมาส์ไปที่มุมของจอภาพในบริเวณที่กำหนดจะเป็นการเรียก ใช้งาน Screen Saver ในทันที

รูป

 

8 ที่มุมทั้งสี่ด้านของหน้าจอให้ระบุว่า เมื่อเลื่อนเมาส์ผ่านจะเรียกใช้ฟังก์ชันใด สำหรับในตัวอย่างนี้ที่มุมขวาล่างให้เลือกเป็น Start Screen Saver

 

5 เลือกวิธีการแสดงภาพ มี 3 แบบ ดังนี้

-Slideshow แสดงภาพในลักษณะคล้ายการแสดงสไลด์

-Collage แสดงภาพคล้ายกับสมุดภาพ

-Mosalicแสดงภาพในลักษณะเรียงต่อกันเหมือนกระเบื้องโมเสก

 

6 กำหนดว่าจะให้มี Screen Saver ทำงานหลังจากไม่มีการใช้เครื่องกี่นาที

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

9 คลิกปุ่ม OK

รูป

 

 

                หากภาพที่เราต้องการนำมาทำเป็น Screen Saver ไม่ได้อยู่ในรายการของ iPhoto หรือรายการไฟล์ภาพที่แมคเตรียมไว้ให้ตั้งแต่แรก ผู้อ่านยังสามารถเลือกโฟลเดอร์อื่นๆมาใช้เป็น Screen Saver ได้ โดยคลิกปุ่มเครื่องหมายบวก จากนั้นเลือกโฟลเดอร์ซึ่งมีภาพที่ต้องการ

 

 

รูป                                                                           รูป

 

คลิกเลือกโฟลเดอร์ภาพจากโปรแกรม iPhoto

 

หรือคลิกปุ่มเครื่องหมายบวกแล้วเลือกเมนู Folder of Pictures เพื่อเลือกภาพจากโฟลเดอร์อื่น

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

จาก ข้างต้น หากมีการนำเอารูปไปเก็บยังโปรแกรม iPhoto ผู้อ่านสามารถนำเอาภาพซึ่งอยู่ในโปรแกรม iPhoto มาสร้างเป็น Screen Saver ได้ หรือหากมีการถ่ายภาพจากโปรแกรม Photo Booth ก็สามารถเลือกภาพที่ถ่ายจากโปรแกรม Photo Booth มาใช้ได้เช่นเดียวกัน

 

ปรับแต่งเมาส์ให้ถนัดมือ

เมาส์ รุ่นล่าสุดที่แถมมากับเครื่องแมค มีชื่อเรียกว่า Mighty Mouse โดยเมาส์รุ่นนี้ดูคล้ายว่ามีปุ่มกดเพียงปุ่มเดียว แต่จริงๆแล้ว มีเซนเซอร์ตรวจจับการกดอยู่ 2 ปุ่ม เรียกว่า Primary Button กับ Secondary Button โดยบริเวณตรงกลางจะมีปุ่มเลื่อน (Scroll ball button) ที่สามารกด และหมุนได้ 360 องศา และที่ด้านข้างของ Mighty Mouse ทั้งสองค้างก็จะมีปุ่มพิเศษที่เราสามารถกำหนดค่าเพิ่มเติมได้อีกด้วย (Side Button)

 

Primary Button

 

Scroll Ball Button

 

 

Side Button

 

Secondary Button

 

Side Button

รูป

 

หาก ไม่มีการตั้งค่าใดๆ เมาส์แบบ Mighty Mouse จะเน้นการคลิกเพียงปุ่มเดียว (คลิกซ้าย) แต่หากเราต้องการกำหนดเป็นอย่างอื่นเช่น ต้องการกำหนดให้มีเมาส์ปุ่มขวา ก็สามารถทำได้ ดังนี้

 

 

2 คลิก Mouse

รูป

1 คลิกที่ไอคอน System Preferences ซึ่งอยู่บน Dock

รูป

 

คลิกปิดออกจากการปรับแต่ง

 

Tracking ให้ปรับความไวในการเลื่อนเมาส์บนหน้าจอ

 

Double-Click ให้ปรับค่าความไวในการตอบสนองต่อการดับเบิลคลิก

 

Scrolling ให้ปรับค่าความเร็วไว้ในการเลื่อนแถบ Scroll Bar

 

 

 

 

กำหนดให้เป็น Secondary Button เพื่อกำหนดให้ใช้ปุ่มนี้มีผลลัพธ์เหมอนการกดคีย์ <Ctrl>แล้วคลิกเมาส์

กำหนดเป็น Primary Button

รูป

 

กำหนดค่าตามต้องการ เช่น ถ้าเลือก Application Switcher จะเรียงหน้าต่างที่ใช้สลับการทำงานระหว่างโปรแกรม

 

Sorallingใช้กำหนดรูปแบบการใช้งานปุ่ม Scroll ซึ่งมีสองแบบ ดังนี้

-Vertlical and Horliaontalกำหนดให้มุมเลื่อนได้ทั้งแนวนอนเท่านั้น

-360 Degree กำหนดให้สามารถหมุนเลื่อนได้ 360 องศา

 

 

 

 

Zoom using scroll bolt white holding กำหนดปุ่มที่ใช้สำหรับการซูมหน้าจอ เช่นกดคีย์ <Control>พร้อมกับการเลื่อนปุ่ม Scroll เป็นต้น

 

ปุ่ม กดบริเวณ Scroll ball Button หากเลือก Spaces หมายความว่าจะเป็นการเรียกใช้งาน Spaces ทันที แต่ถ้าไม่ต้องการใช้งานให้เลือกเป็น Off

 

 

 

ในแต่ละปุ่มบน Mighty Mouse เราสามารถเลือกรูปแบบการใช้งานได้ ดังนี้

-Primary Button หมายถึง ปุ่มหลักของเมาส์ ซึ่งหมายถึงการ คลิก นั่นเอง

-Secondary Button หมายถึง เป็นปุ่มรอง ซึ่งหมายถึง คลิกขวา

-Expose’-All Windows หมายถึงให้แสดง Expose’ ในแบบแสดงทุกๆหน้าต่าง

-Expose’-App Windows หมายถึงให้แสดง Expose’ เฉพาะโปรแกรมปัจจุบัน

-Expose’-Desktop หมายถึง แสดงเฉพาะหน้าจอ Desktop

-Dashboard หมายถึง ให้ใช้เรียก Dashboard

-Application Switcher หมายถึง การเรียกหน้าต่างเพื่อใช้สำหรับการทำงานระหว่างโปรแกรม

-Spotlight หมายถึง การเรียกใช้งาน Spotlight

-Other หมายถึง ให้เลือกโปรแกรมอื่นๆ เช่น เลือกเปิดโปรแกรม iTunes เป็นต้น

 

 

 

รูป

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ปรับแต่ง Trackpad

บน เครื่องแมคอินทอชแบบพกพาอย่าง MacBook, MacBook Air และ MacBook Pro จะมีส่วนที่เรียกว่า Trackpadมีไว้สำหรับใช้บังคับควบคุมตัวชี้บนหน้าจอ และที่พิเศษคือ เครื่องแมครุ่นใหม่ๆ สามารถรองรับระบบ Multi-Touch ที่สามารถแตะหลายๆจุดบน Trackpadพร้อมกันได้ เช่น ใช้สองนิ้ว สามนิ้ว และสี่นิ้ว

สำหรับวิธีการปรับแต่ง Trackpadให้เหมาะกับผู้ใช้แต่ละคนมีขั้นตอนดังต่อไปนี้

  1. ใน System Preferences ให้คลิกที่ไอคอน Trackpad
  2. ในส่วนของ One Finger ซึ่งหมายถึง การควบคุม Trackpadด้วยนิ้วเดียว เราสามารถกำหนดค่าได้ ดังนี้
  • Tap to Clickใช้นิ้วเดียวแตะหนึ่งครั้งแทนการคลิก
  • Dragging ใช้นิ้วเดียวแตะแล้วลากแทนการแดรกเมาส์
  • Drag Lock ใช้นิ้วเดียวแตะแล้วลากได้ โดยจะมีการล็อกตัวชี้กับสิ่งที่เราลาก ยกเว้นการแตะอีกครั้งเพื่อยกเลิกการล็อก
  • Secondary Click อนุญาตให้ใช้การคลิกขวา ด้วยนิ้วเดียวกดบริเวณมุมของ Trackpadซึ่งเราจะต้องกำหนดว่าจะให้กดที่มุมไหน
  1. ในส่วนของ Two Fingers ซึ่งหมายถึง การควบคุม Trackpadด้วยนิ้วสองนิ้ว
  • Scroll อนุญาตให้ใช้สองนิ้วในการเลื่อนดูข้อมูลภายในหน้าต่าง
  • Rotateอนุญาตให้ใช้สองนิ้วในการหมุนภาพ
  • Pinch Open & Close อนุญาตให้ใช้สองนิ้วในการซูมย่อขยายภาพ
  • Screen Zoom อนุญาต ให้ใช้สองนิ้วในการซูมย่อขยายหน้าจอ ซึ่งเราต้องกดคีย์อื่นๆ ร่วมด้วย เช่น กดคีย์ <Control>ค้างไว้แล้วใช้สองนิ้วเลื่อนขึ้นหรือเลื่อนลงเป็นต้น
  • Secondary Tap อนุญาตให้ใช้สองนิ้วแตะแทนการคลิกขวาได้
  1. 4.              ในส่วนของ Three Fingers ซึ่งหมายถึง การควบคุม Trackpadด้วยนิ้วสามนิ้ว โดยหากเลือก Swipe to Navigate จะเป็นการอนุญาตให้ใช้สามนิ้วเปลี่ยนรูปหรือเปลี่ยนหน้าจอได้
  2. 5.              ในส่วนของ Four Fingersซึ่งหมายถึงการควบคุม Trackpadด้วยนิ้วสี่นิ้ว
  •  Swipe Up/Down for Expose’ อนุญาตให้ใช้สี่นิ้วเลื่อนขึ้นหรือลงเพื่อเรียกใช้งาน Expose’
  • Swipe Left/Right to Switch Applications อนุญาตให้ใช้สี่นิ้วเลื่อนซ้ายหรือขวาเพื่อสลับการทำงานระหว่างโปรแกรม

 

 

1 ใน System Preferences ให้คลิกที่ไอคอน Trackpad

 

 

รูป

 

 

6 คลิกปิดหน้าต่างเพื่ออกจากการตั้งค่า

 

 

 

2 จะปรากฏวีดีโอสอนการใช้งานทันที

 

1 คลิกรูปแบบการใช้งานที่สงสัย เช่น Swipe to Navigate

 

                หากผู้อ่านท่านใดมีปัญหาเกี่ยวกับการใช้งาน Trackpadในแบบ Muti-Touch คือไม่ทราบว่าจะใช้สองนิ้ว สามนิ้ว หรือสี่นิ้วบน Trackpadได้อย่างไรบ้าง สามารถดูตัวอย่างวิธีใช้งานจากวีดีโอ

 

 

 

 

รูป

 

5 Four Fingers ซึ่งหมายถึง การควบคุม Trackpadด้วยนิ้วสี่นิ้ว

 

4 Three Fingers ควบคุม Trackpadด้วยนิ้วสามนิ้ว

 

3 Two Fingers การควบคุม Trackpadด้วยนิ้วสองนิ้ว

 

2 One Finger การควบคุม Trackpadด้วยนิ้วเดียว

รูป

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

การตั้งค่าคีย์บอร์ด

                ใน ขณะที่เราจะพิมพ์ตัวอักษร หากกดคีย์บอร์ดค้างเอาไว้ อักษรตัวเดิมจะถูกพิมพ์ซ้ำ โดยเราสามารถกำหนดอัตราการพิมพ์ตัวอักษรให้เหมาะสมกับเราได้ ดังนี้

 

 

 

1 ที่หน้าต่าง System Preferences ให้คลิก Keyboard

 

 

รูป

 

4 Delay Untll Repeat กำหนดเวลาหน่วง ก่อนที่จะอนุญาตให้กดคีย์เดิมซ้ำ

 

3 Key Repeat Rate กำหนดความไวในการตอบสนองต่อการกดคีย์บอร์ดเดิมซ้ำๆ

 

2 คลิกให้มีเครื่องหมายถูกที่ Use all F1,F2,efc หากต้องการใช้ฟังก์ชันพิเศษจากปุ่ม F1 ถึงปุ่ม F16 โดยไม่ต้องกดคีย์ <Fn>

 

 

 

 

 

 

 

5 หากได้นำคีย์บอร์ดอื่นๆ ที่ไม่ใช่ของ Apple มาใช้ ปุ่มคีย์บอร์ดบางปุ่มอาจไม่ถูกต้อง เช่น ต้องการกดปุ่ม <Control>กลับกลายเป็นปุ่ม <Command>ซึ่งหากเกิดเหตุการณ์เช่น ให้คลิกปุ่มModifies keys

รูป

 

 

 

 

 

 

6 กำหนดค่าคีย์บอร์ดให้ถูกต้องจากนั้นคลิก OK

 

 

 

รูป

 

7 คลิกแท็บKeyboard Shortcuts เพื่อกำหนดคีย์ลัดสำหรับการใช้งานในโปรแกรมต่างๆ

 

 

 

 

8 ดับเบิลคลิกรายการ Shortcut ที่ต้องการเปลี่ยน

รูป

 

 

9 กดคีย์บอร์ดที่จะใช้งานก็จะเป็นการเปลี่ยน Shortcut ตามต้องการ

 

 

รูป

ปรับแต่ง Dock

                ที่ ด้านล่างของ Desktop จะมีแถบยาวๆ เรียกว่า Dock ซึ่งใช้เก็บไอคอนสำหรับเปิดโปรแกรมหรือเข้าใช้งานไฟล์โฟลเดอร์ต่างๆ ซึ่งผู้อ่านสามารถปรับแต่ง Dock ได้หลายแบบตามความถนัดของแต่ละคน เช่น กำหนดให้ Dock ไปวางไว้ด้านข้างแทนที่จะอยู่ด้านล่าง กำหนดให้ซ่อน Dock อัตโนมัติเมื่อไม่ได้ใช้งาน หรือปรับขนาด Dock ให้เล็กใหญ่ตามความเหมาะสม ตลอดจนสั่งให้มีการขยายไอคอนบน Dock เมื่อมีการลากเมาส์ผ่าน เป็นต้น

รูปแสดงตัวอย่างการขยายไอคอนเมื่อเลื่อนเมาส์ผ่านบน Dock

 

 

 

รูป

 

Dock ถือว่าเป็นส่วนที่เราใช้งานอยู่เป็นประจำ ดังนั้น เราควรเลือกปรับแต่งตามที่ถนัดจะช่วยให้การทำงานสะดวกขึ้นมาก ส่วนวิธีปรับแต่ง Dock สามารถกำหนดได้จาก System Preferences ดังตัวอย่างต่อไปนี้

 

 

1 คลิกไอคอน System Preferences ซึ่งอยู่บน Dock

รูป

 

 

2 คลิกที่ Dock เพื่อปรับแต่งแก้ไข Dock

 

 

รูป

 

 

 

Mognlficationกำหนดให้ขยายขนาดไอคอนเมื่อมีการเลื่อนเมาส์ผ่าน

 

Size ให้แดรกเมาส์ปรับขนาดของ Dock

 

Minimize windows using เลือกวิธีในการย่อหน้าต่างไปฝากไว้บน Dock

 

 

 

 

 

Automatically hide and show the Dock กำหนดให้ซ่อน Dock เมื่อไม่ได้ใช้งาน และจะปรากฏให้เห็นเมื่อเลื่อนเมาส์ไปบริเวณ Dock

 

Position on screen ถ้ากำหนดตำแหน่งของ Dock บนหน้าจอ

 

Animate opening applications สั่งให้ไอคอนบน Dock มีการเคลื่อนไหวขณะกำลังโหลดโปรแกรม

 

Minimize windows into application Icon เป็นการย่อหน้าต่างไปเก็บไว้ที่ไอคอนของโปรแกรมนั้นๆ (ไม่แสดงบน Dock)

รูป

 

 

 

 

 

 

นอกจาก วิธีการปรับแต่ง Dock ด้วยการเข้าไปปรับแต่งใน System Preferences แล้ว เรายังสามารถใช้วิธีการต่อไปนี้ในการแก้ไข Dock ได้อีกทางหนึ่งด้วย

  1. เลื่อนเมาส์ไปยังเส้นแบ่งไอคอนบน Dock
  2. คลิกขวาจะปรากฏเมนูสำหรับแก้ไข Dock ในทันที
  • Turn Hiding On/Off กำหนดให้ซ่อนแถบ Dock อัตโนมัติหรือไม่
  • Turn Magnification On/Off กำหนดให้ขยายไอคอนบน Dock อัตโนมัติหรือไม่
  • Position On Screen กำหนดตำแหน่งของ Dock บนหน้าจอ
  • Minimize Using เลือกวิธีในการย่อหน้าต่างลงบน Dock
  • Dock Preferences เข้าไปแก้ไขปรับแต่ง Dock โดยละเอียด

1 เลื่อนเมาส์ไปยังเส้นแบ่งไอคอนบน Dock

 

 

รูป

2 คลิกขวาจะปรากฏเมนูสำหรับแก้ไข Dock ในทันที

 

 

รูป

 

วิธีติดตั้งพรินเตอร์ในแมค

                การ ติดตั้งเครื่องพิมพ์ หรือที่มักเรียกกันอย่างติดปากว่าพรินเตอร์ (Printer) ในแมคนั้นค่อนข้างง่าย เพราะในแมคได้เตรียมซอฟต์แวร์ไดรเวอร์สำหรับพรินเตอร์มาให้อย่างมากมาย ซึ่งปกติแล้วเมื่อเชื่อมต่อเครื่องพิมพ์ก็จะใช้งานได้ทันที แต่ในบางกรณีเราอาจต้องติดตั้งเครื่องพิมพ์ด้วยตัวเอง ดังนี้

 

 

1 ที่ System Preferences ให้คลิกที่ไอคอน Print & Fox

 

 

รูป

 

 

2 คลิกปุ่มบวก + เพื่อเพิ่มพรินเตอร์เครื่องใหม่

 

 

รูป

 

 

3 ให้คลิกชื่อพรินเตอร์ที่เราได้เชื่อมต่อเอาไว้

รูป

 

 

 

 

 

6 คลิกปิดหน้าต่าง เพื่อออกจากการปรับแต่ง

 

5 กรณีมีการติดตั้งพรินเตอร์ไว้หลายเครื่อง ให้เลือกพรินเตอร์ที่ต้องการใช้งานเป็นหลัก หรือเลือก Last Printer Used ถ้าต้องการใช้พรินเตอร์ที่เพิ่งใช้งานครั้งล่าสุด

 

 

 

                สำหรับพรินเตอร์ที่ไม่ปรากฏในรายการ แสดงว่าแมคไม่มีไดรเวอร์สำหรับพรินเตอร์นั้นๆ เราจะต้องใช้ไดรเวอร์จากผู้ผลิต ซึ่งวิธีการติดตั้งสามารถศึกษาจากคู่มือของพรินเตอร์รุ่นนั้นๆ

รูป

 

 

 

 

 

 

การรับส่งแฟกซ์

                เครื่อง แมคเกือบทุกรุ่นจะมีโมเด็มมาให้แล้ว ซึ่งเราสามารถใช้โมเด็มนี้ในการรับส่งแฟกซ์ได้ แต่ในเครื่องที่ไม่มีโมเด็ม หรือไม่สะดวกที่จะใช้สายโทรศัพท์ สามารถเชื่อมต่อกับโทรศัพท์ที่มีโมเด็มเพื่อทำการส่งแฟกซ์แทนก็ได้เช่นกัน (การเชื่อมต่อกับโทรศัพท์มือถือผ่าน Bluetooth ศึกษาได้ในหัวข้อถัดไป)

 

ตั้งค่าเครื่องแฟกซ์

ก่อนที่เราจะสามารถรับส่งแฟกซ์ได้นั้น จะต้องมีการกำหนดค่าต่างๆ เสียก่อน ดังนี้

 

 

 

1 ที่หน้าต่าง System Preferences ให้คลิกที่ไอคอน Print & Fax

 

 

รูป

 

 

 

 

2  คลิกปุ่มบวก + เพื่อติดตั้งแฟกซ์

 

 

รูป

 

4 คลิกโมเด็มที่เชื่อมต่ออยู่โดยในขั้นตอนนี้เราจะต้องต่อสายโทรศัพท์มายังเครื่องแมคเรียบร้อยแล้ว

 

3 คลิกแท็บFax

 

 

 

 

 

 

รูป

5 คลิกปุ่ม Add

 

6 จะปรากฏรายชื่อเครื่องแฟกซ์ในรายการ

 

 

 

 

 

 

 

7 คลิกปุ่ม Receive Options เพื่อกำหนดค่าเกี่ยวกับการรับแฟกซ์เพิ่มเติม

รูป

 

 

 

6 กำหนดให้มีการรับแฟกซ์จากเครื่องแมคเครื่องนี้

 

9 กำหนดจำนวนสียงกริ่งเรียกว่าจะให้ดังกี่ครั้ง ก่อนที่จะมีการรับแฟกซ์

 

10 สั่งใช้เซฟแฟกซ์ที่ได้รับไปยังโฟลเดอร์ที่กำหนด

 

11 สั่งให้พิมพ์แฟกซ์ที่ได้รับออกทางพรินเตอร์ที่ระบุ

 

 

 

 

 

 

12 สั่งให้ส่งไฟล์แฟกซ์ที่ได้รับไปยังอีเมล์ที่กำหนด

รูป

 

18 คลิกเปิดหน้าต่างเพื่อออกจากการปรับแต่ง

 

14 กรอกเบอร์แฟกซ์ของเรา

 

13 เมื่อตั้งค่าเกี่ยวกับการรับแฟกซ์เสร็จแล้ว ให้คลิก OK

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

16 กำหนดให้มีการแชร์เครื่องแฟกซ์ในระบบเครือข่าย ซึ่งเราสามารถอนุญาตให้เครื่องอื่นใช้งานเครื่องแฟกซ์จากเครื่องแมคเครื่องนี้ได้

 

17 เลือกพรินเตอร์ที่จะใช้พิมพ์แฟกซ์ และกำหนดขนาดกระดาษที่ต้องการใช้งาน

 

15 สั่งให้แสดงสถานะของแฟกซ์บน Menu bar

รูป

 

 

 

 

ลงมือส่งแฟกซ์ด้วยเครื่องแมค

เมื่อมีการตั้งค่าแฟกซ์เรียบร้อย ในตอนนี้เครื่องแมคก็สามารถรับส่งแฟกซ์ได้แล้ว โดยต่อไปนี้จะเป็นตัวอย่างการส่งแฟกซ์

1 เปิดไฟล์ที่ต้องการส่ง สำหรับในตัวอย่างเป็นไฟล์เอกสาร .PDF  ซึ่งโปรแกรม Preview จะถูกเปิดขึ้นมาทันที จากนั้นเลือกคำสั่ง File>Print

 

 

รูป

 

 

 

2 คลิกปุ่ม PDF จากนั้นเลือกเมนู Fax PDF

 

 

รูป

 

 

 

 

3 กรอกเบอร์แฟกซ์ที่ต้องการส่ง หรือถ้ามีการกรอกข้อมูลไว้ในโปรแกรม Address Book เราสามารถเลือกจากรายชื่อที่เคยบันทึกไว้ก็ได้

 

 

 

 

6 คลิกปุ่ม Fax เพื่อส่งแฟกซ์ต่อไป

 

5 ให้กรอกข้อมูลในใบปะหน้า เช่น ชื่อ และรายละเอียดต่างๆ

 

4 หากต้องการให้มีใบปะหน้า ให้คลิกที่ Use cover page

รูป

 

 

 

 

เชื่อมต่อกับอุปกรณ์ Bluetooth

                Bluetooth (บลูทูธ) เป็นเทคโนโลยีรับส่งข้อมูลไร้สาย ซึ่งนิยมใช้กันอย่างมากในปัจจุบัน โดยเฉพาะการส่งข้อมูลระหว่างโทรศัพท์มือถือด้วยกัน หรือระหว่างมือถือกับคอมพิวเตอร์ นอกจากนั้นแล้วเรายังนำเอา Bluetooth มาใช้สำหรับเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ต่อพ่วงอื่นๆ อีกมากมาย เช่น คีย์บอร์ดไร้สาย เมาส์ไร้สาย พรินเตอร์ไร้สาย ชุดหูฟังไร้สาย ฯลฯ

สำหรับ ในหนังสือเล่มนี้ขอยกตัวอย่างการเชื่อมต่อระหว่างเครื่องแมคกับโทรศัพท์มือ ถือ พร้อมทั้งแสดงขั้นตอนการรับส่งไฟล์ระหว่างอุปกรณ์ทั้งสองด้วย

 

เชื่อมต่อระหว่างเครื่องแมคกับโทรศัพท์มือถือ

                ก่อน จะส่งข้อมูลระหว่างเครื่องแมคกับโทรศัพท์มือถือผ่านทาง Bluetooth ได้นั้น เราต้องเชื่อมต่ออุปกรณ์ทั้งสองเข้าด้วยกันเสียก่อน ซึ่งการเชื่อมต่อในระบบไร้สายเช่นนี้ จะต้องมีการกำหนดรหัสและยืนยันการเชื่อมต่อด้วย ดังนี้

 

 

 

1 ให้เปิด System Preferences จากนั้นคลิกไอคอน Bluetooth

 

 

 

2 คลิกให้มีเครื่องหมายถูกที่ On เพื่อใช้งาน หรือยกเลกการใช้งาน Bluetooth  บนเครื่องแมค

รูป

 

 

 

4 คลิกปุ่มบวก

 

3 คลิกให้มีเครื่องหมายถูกที่ Discoverable ถ้าต้องการให้อุปกรณ์ Bluetooth อื่นๆมองเห็น

รูป

 

 

 

 

5 จะมีการค้นหาอุปกรณ์ที่อยู่ในรัศมีใกล้ๆ ที่เครื่องแมคพอจะจับสัญญาณ Bluetooth ได้ ให้คลิกอุปกรณ์ที่ต้องการเชื่อมต่อ

 

 

 

รูป

6 คลิกปุ่ม Continue

 

 

 

7 ที่หน้าจอ จะปรากฏรหัสตัวเลข ให้นำตัวเลขนี้ไปกรอกยังมือถือ ซึ่งในระหว่างการเชื่อมต่อ จะมีการร้องขอการเชื่อมต่อไปยังโทรศัพท์มือถือให้กด Yes ที่มือถือ เพื่อยอมรับการเชื่อมต่อ

 

 

 

รูป

 

 

 

8 เลือกยี่ห้อมือถือ

 

9 เลือกรุ่นมือถือ

 

 

 

 

12 คลิกปุ่ม Continue

 

11 ในกรณีที่ในมือถือมีโมเด็ม สามารถกำหนดให้แสดงสถานะของโมเด็มบน Menu bar ได้เช่นเดียวกัน

 

10 กำหนดให้แสดงสถานะของ Bluetooth บน Menu bar ซึ่งช่วยให้เราทราบว่ามีการเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ Bluetooth อยู่หรือไม่

รูป

 

 

 

 

 

13 คลิกปุ่ม Quit เป็นอันสิ้นสุดขั้นตอนการเชื่อมต่อ

 

 

รูป

 

รับส่งข้อมูลกับมือถือ

                หลัง จากมือถือได้เชื่อมต่อกับเครื่องแมคผ่าน Bluetooth ได้แล้ว ก็สามารถรับส่งข้อมูลระหว่างกันได้ แต่มีข้อควรทราบคือ ไฟล์ที่เราส่งจากเครื่องแมคไปยังมือถือนั้นในบางครั้งอาจส่งไม่ได้ เนื่องจากหลายสาเหตุ เช่น มือถือไม่สนับสนุนไฟล์ดังกล่าว ไฟล์มีขนาดใหญ่เกินไป เป็นต้น

 

 

 

1 ที่หน้าต่าง System Preferences ให้คลิกที่ Bluetooth

 

 

 

รูป

 

2 ให้คลิกเลือกมือถือที่ต้องการรับส่งข้อมูล

 

 

 

 

3 คลิกปุ่ม               แล้วเลือก Browse Device ในขั้นตอนนี้เราต้องกดปุ่ม Yes ที่มือถือเพื่อยอมรับการเชื่อมต่อด้วย

รูป

 

 

 

 

5 หรือถ้าต้องการส่งไฟล์จากมือถือมายังเครื่องแมค ให้คลิกเลือกไฟล์ที่ต้องการ

 

4 หากต้องการส่งไฟล์จากเครื่องแมคไปยังมือถือให้คลิกปุ่ม Send แล้วเลือกไฟล์ที่ต้องการ แล้วคลิกปุ่ม Send

 

 

 

รูป

 

7 ตั้งชื่อไฟล์

 

 

                สำหรับการส่งไฟล์ไปยังมือถือ เราไม่จำเป็นที่ต้องเปิดดูข้อมูลในมือถือ ก็สามารถส่งข้อมูลไปได้โดยให้คลิกปุ่ม                                และเลือกเมนู Send File จากนั้นเลือกไฟล์ที่ต้องการส่งแล้วคลิก Send ได้ทันที

 

รูป

 

9 คลิกปุ่ม Save

 

8 กำหนดตำแหน่งที่จะใช้เก็บไฟล์ที่ส่งมาจากมือถือ

 

6 คลิกปุ่ม Get

รูป

 

 

 

 

 

 

 

 

 

เครื่องมือใน System Preferences

                จาก ตัวอย่างการปรับแต่งเครื่องแมคข้างต้น จะเห็นได้ว่า การปรับแต่งทุกๆอย่างจะถูกนำไปรวมไว้ที่ System Preferences ไม่ว่าจะเป็นการปรับแต่งเมาส์ คีย์บอร์ด การปรับแต่งหน้าจอ การปรับแต่ง Dock ฯลฯ ซึ่งวิธีเรียกหน้าต่าง System Preferences สามารถทำได้หลายวิธี แต่วิธีทำได้ง่ายมี 2 วิธี ดังนี้

 

 

 

 

 

คลิกปุ่ม                  >System Preferences

 

 

คลิกที่ไอคอน System Preferences บน Dock

รูป

 

 

รูป

 

และ เพื่อให้ผู้ใช้สามารถใช้งานเครื่องมือต่างๆ ได้ง่าย Mac OS X Snow Leopard จึงได้แบ่งเครื่องมือใน System Preferences ออกเป็น 5 กลุ่ม ดังนี้

 

กลุ่ม Hardware

 

กลุ่ม Internet & wireless

 

กลุ่ม Personal

 

 

 

 

กลุ่ม Other

 

กลุ่ม System

รูป

 

กลุ่มที่ 1 เครื่องมือในการปรับแต่งส่วนบุคคล (Personal)

  • Appearanceใช้ปรับแต่งสี ข้อความ ที่ปรากฏบนหน้าจอ รวมถึงกำหนดค่าในการใช้งาน Scroll bar และการกำหนดจำนวนรายการที่ปรากฏใน Recent items
  • Desktop & Screen Server ใช้ปรับแต่งภาพบนหน้าจอ Desktop และการปรับแต่งค่าเกี่ยวกับ Screen Saver
  • Dock สำหรับเข้าปรับแต่ง Dock ไม่ว่าจะเป็นการกำหนดขนาด การซ่อน ตำแหน่งของ Dock บนหน้าจอ และอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับ Dock
  • Expose’ & Spaces ใช้ปรับแต่งคีย์ลัด และวิธีการเรียกใช้งานกับ Expose’ รวมถึงการกำหนดจำนวน Space และการกำหนดโปรแกรมในแต่ละ Spaces
  • Language & text ใช้เลือกภาษาที่ใช้ สกุลเงิน กำหนดคีย์ลัดในการเปลี่ยนภาษาและกำหนดวิธีการแสดงข้อความในโปรแกรมต่างๆ
  • Security ใช้ปรับแต่งในด้านความปลอดภัยในการใช้เครื่องแมค
  • Spotlight ใช้ปรับแต่งประเภทข้อมูลที่ต้องการให้ Spotlight ค้นหา รวมถึงจัดลำดับความสำคัญของข้อมูลที่ต้องการ

 

กลุ่มที่ 2 เครื่องมือสำหรับการปรับแต่งฮาร์ดแวร์

  • CDs & DVDs ปรับแต่งค่าที่เกี่ยวกับแผ่น CD และ DVDเช่นการเปิดโปรแกรม iTunes อัตโนมัติ เมื่อมีการใส่แผ่นเพลง เป็นต้น
  • Displays ปรับแต่งค่าที่เกี่ยวกับจอภาพ เช่น การเปลี่ยนภาพบนหน้าจอ Desktop การกำหนดความละเอียด รวมถึงการตั้งค่าหากมีการต่อสองจอภาพ เป็นต้น
  • Energy Saver ใช้ ปรับแต่งค่าที่เกี่ยวกับพลังงาน เช่น การกำหนดเวลาในการปิดหน้าจออัตโนมัติเมื่อไม่ได้ใช้งาน หรือการสั่งเปิดหรือปิดเครื่องแมคอัตโนมัติตามเวลาที่กำหนด ฯลฯ
  • Keyboard ปรับแต่งความไวในการกดคีย์ การกำหนดคีย์ลัดต่างๆ ตลอดจนการเชื่อมต่อกับคีย์บอร์ดไร้สาย
  • Mouse ปรับแต่งปุ่มกดต่างๆ บนเมาส์ กำหนดความไวในการดับเบิลคลิก และตั้งค่าการเชื่อมต่อกับเมาส์ไร้สายพร้อม
  • Trackpadปรับแต่งค่าเกี่ยวกับการใช้งาน Trackpadซึ่งอยู่ใน Mac Book, Macbook Pro และ MacBook Air
  • Print and Fax เป็น เครื่องมือที่ช่วยในการติดตั้งเครื่องพรินเตอร์และแฟกซ์ ตลอดจนการตั้งค่าต่างๆที่เกี่ยวข้อง เช่น การกำหนดเครื่องพรินเตอร์หลักการกำหนดขนาดกระดาษที่ใช้ เป็นต้น
  • Sound ตั้งค่าเกี่ยวกับระบบเสียง เช่น ความดังของลำโพง การตั้งค่าเกี่ยวกับไมโครโฟน เป็นต้น

 

กลุ่มที่ 3 เครื่องมือในการปรับแต่งอินเทอร์เน็ตและอุปกรณ์ไร้สาย (Internet & Wireless)

  • MobileMeใช้สำหรับปรับแต่ง MobileMeซึ่งเป็นบริการออนไลน์ของ Apple
  • Network ใช้ตั้งค่าในการเชื่อมต่อเครื่องแมคกับระบบเครือข่าย
  • Bluetooth ใช้เปิดปิด Bluetooth ค้นหาอุปกรณ์ เชื่อมต่อ และรับส่งไฟล์ ตลอดจนบริการอื่นๆ ของ Bluetooth
  • Sharing ปรับแต่งเกี่ยวกับการแชร์ข้อมูล และการแชร์อุปกรณ์ต่างๆ เช่น เครื่องพิมพ์ เครื่องแฟกซ์

 

กลุ่มที่ 4 เครื่องมือสำหรับการปรับแต่งระบบ (System)

  • Accounts เป็น เครื่องมือสำหรับกำหนดรายชื่อผู้ใช้งานเครื่องแมค พร้อมทั้งแก้ไขรายละเอียดต่างๆ ของผู้ใช้แต่ละคน เช่น การกำหนดสิทธิ์ในการใช้งาน การเปลี่ยนรหัสผ่าน เป็นต้น
  • Date and Time ใช้แก้ไขเปลี่ยนวันเวลาของเครื่องแมค ตลอดจนระบุ Time Zone
  • Parental Controls ใช้ ควบคุมการใช้งานของผู้ใช้แต่ละคน เช่น ควบคุมให้ใช้ได้ในเวลาที่กำหนด ควบคุมให้สามารถใช้งานบางโปรแกรมได้เท่านั้น หรือควบคุมให้เข้าบางเว็บไซต์ เป็นต้น
  • Software Update ปรับตั้งค่าเกี่ยวกับการอัพเดตโปรแกรม
  • Speech ปรับแต่งค่าสำหรับการสั่งงานด้วยเสียง (Speech recognition)
  • StartUp Disk ใช้เลือกว่าจะใช้บูตระบบจากฮาร์ดดิสก์ จากแผ่น CD/DVD ระบบเครือข่าย หรืออุปกรณ์เก็บข้อมูลอื่นๆ
  • Time Machine ใช้เพื่อเปิดปิด Time Machine ตลอดจนการตั้งค่าต่างๆ เช่น การเลือกฮาร์ดดิสก์ที่ใช้สำรองข้อมูล เป็นต้น
  • Universal Access สำหรับการปรับแต่งเครื่องแมคให้เหมาะกับผู้พิการ เช่น พิการทางสายตา พิการทางการได้ยิน ฯลฯ

 

 

กลุ่มที่ 5 เครื่องมือปรับแต่งของผู้ผลิตอื่นๆ ที่ไม่ใช่ของ Apple

โดย เครื่องมือกลุ่มนี้จะปรากฏให้เราเห็นก็ต่อเมื่อเราได้ติดตั้งโปรแกรม หรือส่วนประกอบเสริม (Component) เพิ่มเข้ามา เช่น การติดตั้ง Flip4Mac เพื่อให้โปรแกรม QuickTime สามารถเล่นไฟล์ .WMA และ .WMV ได้นั้น (รวมถึงการเล่นไฟล์มัลติมีเดียของวินโดว์บน Safari) เราก็จะพบตัวปรับแต่งดังกล่าวในส่วนนี้ ซึ่งหากเราต้องการลบตัวปรับแต่งดังกล่าวก็สามารถทำได้ โดยการคลิกขวา แล้วเลือก Remove                              

Share Button
1503 Total View 1 View Today
(Visited 106 times, 1 visits today)

ใส่ความเห็น