รถยนต์จิ๋ว”พลังงานไฟฟ้า”ที่ฝรั่งเศส

s__16621570

dsc08186 thumb_img_5774_1024 thumb_img_5920_1024dsc08185thumb_img_5924_1024

“AUTOLIB” รถเช่าชาร์จแบตฯ ลดมลพิษเมือง ลูกบ้าเที่ยวล่าสุดของนครปารีส

https://www.facebook.com/media/set/?set=a.581937385324842.1073742033.160220424163209&type=1&l=3774c9b89b

เรื่อง : วิสาข์ สอตระกูล

เมื่อสิบห้าปีก่อน นายวินเซนต์ บอลลอเร (Vincent Bolloré) นักอุตสาหกรรมชาวฝรั่งเศส ตัดสินใจกระโดดสู่ธุรกิจเทคโนโลยีการกักเก็บพลังงานไฟฟ้า (Electricity storage) โดยเขาเริ่มต้นก้าวแรกแบบฮาๆ ด้วยการทดลองติดตั้ง “แบตเตอรี่ชนิดชาร์จไฟได้” ไว้ภายในแมนชั่นของครอบครัวในแคว้นบริตทานี่ (ประเทศฝรั่งเศส) ณ ตอนนั้นผู้คนรอบตัววินเซนต์พยายามยับยั้งเขาจากการลงทุนที่มองไม่เห็นอนาคตนี้ (กระทั่งที่ปรึกษาด้านธุรกิจของนายวินเซนต์เองก็ไม่เห็นพ้องด้วย) แต่ถึงกระนั้น วินเซนต์ก็ยังดื้อจะสานฝันของเขาต่อไป

สิบห้าปีผ่านไป วันนี้เทคโนโลยีแบตเตอรี่ไฟฟ้าจากความมุ่งมั่นของวินเซนต์ บอลลอเร กำลังจะโลดแล่นสู่โลกความจริง “บนท้องถนนของกรุงปารีส” เพราะบริษัทของเขาเพิ่งชนะการประมูลและได้เซ็นสัญญากับผู้ว่าการกรุงปารีส แบทรองด์ เดอลาโนเอ (Bertrand Delanöe) เพื่อจัดให้บริการรถเช่าพลังงานไฟฟ้า “Autolib” ในเขตเมืองปารีสทั้งหมด (เซ็นสัญญาเมื่อปี 2010)

“Autolib” ชื่อเก๋ๆ ของระบบการขนส่งมลภาวะต่ำนี้ เกิดจากการผนวกรวมคำว่า “Automobile” เข้ากับคำว่า “Liberté” (ที่แปลว่า freedom) ถือเป็นโครงการลดปริมาณมลพิษในเมืองอีกหนึ่งขั้นของกรุงปารีส ซึ่งต่อยอดมาจากโครงการ Velib จักรยานเช่าอันโด่งดังของผู้ว่าฯ เดอลาโนเอ ในปี 2007

ในเบื้องต้น นายแบทรองด์ เดอลาโนเอ ผู้ว่าฯ ไฟแรงเผยว่า ภายในสิ้นปี 2012 นี้ โครงการ Autolib จะมีรถไฟฟ้าจอดให้เช่าทั่วกรุงประมาณ 3000 คัน พร้อมมีสถานีจอดและเติมพลังไฟฟ้าอีก 1,120 สถานี (จากสถิติเมื่อเดือนพฤษภาคม 2012 ที่ผ่านมา มีชาวปารีสที่ลงทะเบียนขอเป็นผู้ใช้บริการแล้วราว 15,000 คน)

Great risk Great return
“การทำงานในธุรกิจครอบครัวหมายถึง เราสามารถตัดสินใจลงทุนในระยะยาวได้ครับ” ข้างนายวินเซนต์ บอลโลเร กล่าว โดยตั้งแต่ปี 1996 เป็นต้นมา เขาใช้เงินลงทุนไปแล้วกว่า 1,500 ล้านยูโร เพื่อการพัฒนาเทคโนโลยีแบตเตอรี่ไฟฟ้าขั้นสูงนี้ และสำหรับโครงการยักษ์อย่าง Autolib นายวินเซนต์มองว่า เขาคงจะเริ่มทำกำไรได้หลังจากปี 2018 เป็นต้นไป

งานนี้แม้ว่าทางกรุงปารีสจะเป็นผู้สนับสนุนค่าใช้จ่ายด้านสถานีบริการเกือบทั้งหมด แต่ฝั่งนายวินเซนต์เองก็ต้องควักกระเป๋าราว 105 ล้านยูโร เพื่อผลิตและส่งมอบยนตรกรรมไฟฟ้านี้ให้ประชาชนได้ใช้ ขณะนี้รถยนต์ดังกล่าวมี nickname น่ารักว่า Blue car ตัวรถถูกออกแบบโดย Pininfarina (บริษัทออกแบบสัญชาติอิตาเลียน) แต่จะใช้แบตเตอรี่ LPM ของกลุ่มบริษัทบอลโลเร โดย Blue car สามารถวิ่งได้สูงสุด 250 กิโลเมตรหากชาร์จแบตเต็มที่เป็นเวลา 4 ชั่วโมง

นอกจากการลงทุนในตัวผลิตภัณฑ์ข้างต้นแล้ว หลังจากนี้นายวินเซนต์ยังต้องเตรียมเงินอีกราว 80 ล้านยูโรต่อปี เพื่อใช้ในการดำเนินกิจการ เรียกว่าเป็นการลงทุนที่มีความเสี่ยงสูงมาก เพราะจากการวิเคราะห์เบื้องต้นแล้ว โครงการ Autolib อาจทำกำไรให้นายวินเซนต์ได้ราว 33 ล้านยูโรต่อปี ถ้ามันประสบความสำเร็จ แต่ถ้ามันไม่ฮิตขึ้นมาล่ะก็ เขาอาจต้องเจ็บตัวและขาดทุนถึง 60 ล้านยูโรต่อปีเช่นกัน

https://www.facebook.com/media/set/?set=a.581937385324842.1073742033.160220424163209&type=1&l=3774c9b89b

https://www.facebook.com/media/set/?set=a.581937385324842.1073742033.160220424163209&type=1&l=3774c9b89b

ที่มา:: http://www.tcdc.or.th/articles/business-industrial/16621/#-AUTOLIB-#%16@H22#L%08A%1A%15/-%%14!%%1E4)@!7-%07-%9%01%1AI2@%175H”‘%H2*8%14%02-%07%19%04#%1B2#5*

http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1317467774&grpid=03&catid=03

Share Button
598 Total View 4 View Today
(Visited 38 times, 1 visits today)